REVIEW

รีวิว ROG Phone 6D และ 6D Ultimate สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง อัด RAM สุด 16GB ชิปเซ็ต Dimensity 9000+

ASUS

รีวิวโทรศัพท์มือถือ ASUS ROG Phone 6D Ultimate - เอซุส


รีวิวโทรศัพท์มือถือ ASUS ROG Phone 6D - เอซุส

ASUS ยังคงส่งสมาร์ทโฟนเกมมิ่งมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเป็นคิวของ ROG Phone 6D และ ROG Phone 6D Ultimate แน่นอนว่ายังคงอัดแน่นความแรง สมกับเป็นสมาร์มโฟนเกมมิ่งได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งได้ชิปเซ็ตตัวแรง MediaTek Dimensity 9000+ มาขับเคลื่อนความแรงให้ มีการทำงานกับ RAM ขนาดสูงสุด 16GB แบบ LPDDR5X และ ROM 512GB แบบ UFS 3.1 พร้อมหน้าจอ AMOLED กว้าง 6.78 นิ้ว อัตรา Refresh Rate สูงสุด 165Hz ส่วนปุ่มเสริมอย่าง Air Trigger ก็ไม่พลาดนำมาให้ใช้งาน เพื่อการเล่นเกมที่คล่องตัวมากขึ้น ทั้งนี้ยังมีระบบระบายความร้อน AeroActive Portal ซึ่งเป็นนวัตกรรมพิเศษ โดยมีการการเปิดรูลมที่ฝาหลัง เพื่อให้ลมเข้าไปถึงภายในเครื่องโดยตรง

ความแตกต่างของ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D
ทั้ง 2 รุ่นมีสเปคทุกอย่างที่เหมือนกัน แต่ ROG Phone 6D Ultimate จะมี RAM 16GB และ ROM 512GB พร้อมกับดีไซน์ไฟ RGB ที่ด้านหลังตัวเครื่องที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ROG Phone 6D Ultimate ยังได้ AeroActive Cooler 6 แถมมาให้ทันทีในกล่อง

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

ด้วยความเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง ทำให้ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D มีขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่ โดยมีขนาด 173x77x10.4 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 247 กรัม

หน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 6.78 นิ้ว อัตราส่วน 20.4:9 ความละเอียด FHD+ (2448x1080 พิกเซล) ความแม่นยำของสี Delta-E < 1 รองรับอัตรา Refresh Rate สูงสุด 165Hz และมีการครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus

เหนือหน้าจอแสดงผล มีกล้องหน้า ความละเอียด 12MP อยู่ทางขวา ทางซ้ายเป็นไฟแจ้งเตือนสถานะ และตรงกลางขอบหน้าจอด้านบนเป็นลำโพงสำหรับการสนทนา

ล่างหน้าจอแสดงผล ไม่มีปุ่มใช้งานใดๆ แต่จะมีช่องลำโพงอีกตัวอยู่บริเวณขอบตัวเครื่องด้านล่าง

ข้างซ้ายตัวเครื่อง ตรงกลางเป็นพอร์ต USB Type-C สามารถต่ออุปกรณ์เสริมเช่น AeroActive Cooler 6 และเป็นพอร์ตชาร์จก็ได้เช่นกัน ถัดลงมาด้านล่างเป็นช่องใส่ถาดซิมกาด โดยถาดจะรองรับ Nano SIM 5G ทั้งหมด 2 ช่อง

ข้างขวาตัวเครื่อง มีปุ่มใช้งานพื้นฐาน โดยปุ่มยาวเป็นปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง และปุ่มเล็กเป็นปุ่มเพาเวอร์ ระหว่างปุ่มทั้ง 2 มีรูไมโครโฟน และด้านบนสุด กับล่างสุด เป็นปุ่ม AirTrigger 6

ส่วนบนตัวเครื่องไม่มีปุ่ม หรือพอร์ตใช้งานใดๆ

ส่วนใต้ตัวเครื่องข้างซ้ายเป็นรูไมโครโฟน และพอร์ต USB Type-C ส่วนทางขวาสุดเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ต่อกันที่ฝาหลังตัวเครื่อง บนสุดเป็นกล้องหลัง 3 เลนส์ ประกอบไปด้วย กล้องหลัก Sony IMX766 ความละเอียด 50MP, กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 13MP และกล้อง Macro ความละเอียด 5MP พร้อมไฟแฟลช โดยทั้งอยู่อยู่บนโมดูลที่นูนขึ้นมาจากฝาหลัง ถัดลงมาข้างล่างทางขวาเป็นหน้าจอไป RGB สามารถปรับแต่งได้ และตรงกลางข้างซ้ายเป็นช่องลมระบบ AeroActive Portal

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

ตัวเครื่องดีไซน์เรียบ แต่แฝงด้วย Texture สไลต์เกมมิ่งโฟน
ตัวเครื่องของ ROG Phone 6D Ultimate จะเป็นสี Space Grey ซึ่งมีให้เลือกสีเดียว แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น เพราะความสวยงามจะอยู่ที่ Texture รอบตัวเครื่อง และหน้าจอ ROG Vision รวมถึงไฟ RGB โดยผิวฝาหลังจะเป็นแบบเรียบทั้งหมด แต่ภายใต้ผิวที่เรียบ จะมีการเล่นลวดลายแบบโลกไซเบอร์พังค์ ดูล้ำสมัยไม่เหมือนใคร

ปรับแต่งหน้าจอ ROG Vision เพิ่มความล้ำ
ไฟ RGB ที่เป็นจุดเด่นของ ROG Phone มาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ซึ่ง ROG Phone 6D Ultimate จะมีหน้าจอ ROG Vision แบบใหม่ และ ROG Phone 6D จะเป็นการปรับแต่งไฟ RGB ซึ่งทั้งคู่ช่วยให้ตัวเครื่องดูโดดเด่นล้ำสมัยไม่เหมือนใครมากขึ้น

  • ROG Phone 6D Ultimate : จะเป็นการปรับหน้าจอด้านฝาหลังตัวเครื่อง โดยเรียกหน้าจอนี้ว่า ROG Vision ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบ แทนการปรับแต่งไฟ RGB สามารถเลือกรูปแบบให้แสดงตามการใช้งานต่างๆ ของผู้ใช้งานได้ โดยเข้าไปที่ Armoury Crate > Console > ROG Vision

  • ROG Phone 6D : ยังคงเป็นการปรับแต่งไฟ RGB ซึ่งมีให้เลือกการแสดงไฟในแบบต่างๆ เช่น กระพริบ, ค่อยเปลี่ยนสี, สีรุ้ง เป็นต้น พร้อมกับกำหนดให้แสดงได้ตามที่ต้องการ ตามการใช้งานในแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังมีอีกหน้าจอที่เขียนคำว่า Dare to play โดยตรงนี้ก็ปรับแต่งแสงไฟ RGB ได้เช่นกัน สามารถเข้าไปปรับแต่งได้ที่ Armoury Crate > Console > เอฟเฟคแสงของระบบ

หน้าจอแสดงผล AMOLED ความแม่นสีระดับ Delta-E < 1
การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟน ต้องจับคู่กับหน้าจอเทพๆ อยู่แล้ว ซึ่ง ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D ก็จัดหน้าจอมาให้แบบเน้นๆ โดยเป็นหน้าจอ AMOLED กว้าง 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ สนับสนุนคอนเทนด์ HDR 10+ สามารถแสดงผลวิดีโอแบบ HDR และความแม่นจองสีได้มาตรฐาน Delta-E < 1 ซึ่งได้รับการรับรองจาก Pixelworks ส่วนเรื่องของความลื่นตาลื่นนิ้ว ก็จัดอัตรา Refresh Rate มาได้สูงสุดถึง 165Hz พร้อมอัตราการตอบสนองการสัมผัส 720HZ ซึ่งจากที่ลองใช้งานการแสดงผลผ่านหน้าจอ ก็ถือว่าทำได้เยี่ยมมากๆ แสงสีดูสวยงามมากๆ

ปรับอัตรา Refresh Rate ได้สูงสุดที่ 165Hz และสัมผัสไว 720Hz
ส่วนเรื่องของความลื่นตาลื่นนิ้ว ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D ก็จัดอัตรา Refresh Rate มาไห้สูงสุดถึง 165Hz สามารถปรับแบบอัตโนมัติได้ และอัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงถึง 720Hz เรียกว่าตอบโจทย์สายเกมเมอร์อย่างแท้จริง แต่การจะให้หน้าจอแสดงผลถึง 165Hz จะต้องใช้งานกับแอพฯ หรือเกมที่รองรับ ซึ่งใน Armoury Crate ก็มีบอกว่าเกมไหนสามารถเล่นด้วยอัตรา Refresh Rate สูงสุด 165Hz ก็ไปโหลดเล่นได้ตามสะดวก

ชิปเซ็ตตัวแรง MediaTek Dimensity 9000+
มารอบนี้แม้ไม่ใช่ชิปเซ็ตจาก Qualcomm แต่ก็จัดชิปเซ็ตตัวแรงจาก MediaTek มาให้ โดยเป็น MediaTek Dimensity 9000+ ความเร็วสูงสุด 3.2GHz เพิ่มประสิทธิภาพจาก Dimensity 9000 มาถึง 5% ในเรื่องของ CPU และ GPU ที่ 10% นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับ RAM แบบ LPDDR5X ช่วยให้ระบบทำงานได้ลื่นขึ้นถึง 15% ซึ่งจากที่ใช้งานมา ก็เรียกว่าลื่นถึงใจ ไม่ว่าจะทำงานพื้นฐาน หรือเล่นเกมแรงๆ

ทดสอบการเล่นเกม
ในเมื่อ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D เป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง จะไม่ทดสอบการเล่นเกมก็ยังไงๆ อยู่ ซึ่งในการทดสอบก็จัดเต็มมาด้วยกัน 3 เกม และหนึ่งในนั้นคือเกม Genshin Impact ถือว่าเป็นเกมปราบเซียน ที่สมาร์ทโฟนสเปคแรงหลายๆ รุ่น โดน Genshin Impact เล่นงานมาแล้วนักต่อนัก

  • Genshin Impact : ในเกมปราบเซียนอย่าง Genshin Impact ก็ยังสามารถปรับกราฟฟิกระดับสูงสุด และดันเฟรมเรตไปที่ 60fps ได้ ซึ่งการเล่นถือว่าลื่นๆ และมีการควบคุมความร้อนได้ดีมากๆ แม้ว่าจะไม่อาการเครื่องอุ่นขึ้นมา แต่ก็ไม่ส่งผลกับการเล่นเกม เรียกว่า ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D เอาอยู่หมัด

  • Apex Legend Mobile :  เกมยิงภาพสวยอย่าง Apex Legend Mobile ถือว่าเล่นแบบภาพสวย พร้อมความลื่นแบบจัดเต็ม โดยสามารถปรับกราฟฟิกระดับ Extreme HD และเฟรมเรตระดับสูงสุด ซึ่งการเล่นจริงก็ทำเฟรมเรตได้ถึง 60fps แบบนิ่งๆ ตลอดเวลา 

  • Fifa Mobile : สายฟุตบอลก็เล่นแบบฟีลจอยสติ๊กสบายๆ ด้วยปุ่มเสริมอย่าง AirTrigger 6 ช่วยให้การเล่นเกมแนวฟุตบอลมีความสะดวกแบบสุดๆ แถมยังได้ภาพสวย อัดกราฟฟิกแบบแน่นๆ ไปเลย โดยการเล่นจริงก็เล่นได้แบบลื่นๆ ไร้ปัญหา

เสริมความแรงในการเล่นเกมด้วย X Mode
เพื่อให้ทุกการตั้งค่า ถูกปรับให้ใช้งานแบบเต็มประสิทธิภาพ ทาง ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D ก็มี X Mode มาให้ เพียงเปิดใช้งาน X Mode ด้วยการบีบตัวเครื่องด้านล่าง 2 ฝั่งค้างเอาไว้ เครื่องก็จะถูกรีดให้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต หน้าจอ อัตรา Refresh Rate สูงสุดเป็นต้น เพื่อประสบการณ์ความลื่นทั้งการเล่นเกม และการใช้งานแบบจัดเต็ม ตรงนี้ถือว่าดีงาม เพราะทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องมานั่งปรับทีละอย่างเอง แต่การเปิดใช้งาน X Mode ก็จะแลกมาด้วยแบตเตอรี่ที่ถูกสูบไปอย่างรวดเร็ว ทางทีดีก็ชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วยเวลาเปิดใช้งาน X Mode

Game Genie
ในระหว่างเล่นเกม สามารถเปิด Game Genie ขึ้นมาได้ ด้วยการรูดหน้าจอมุมบนซ้าย หรือขวา ลงมาแบบทะแยงมุม โดย Game Genie จะเป็นฟีเจอร์ปรับแต่งการตึ้งค่าต่างๆ ในระหว่างเล่นเกม ซึ่งมีทั้งปรับโหมดเครื่อง, ปรับอัตรา Refresh Rate, บล็อกการโทรเข้า, บล็อกการแจ้งเตือน, ปรับแต่งปุ่ม Airtrigger 6 หรือแม้แต่การบันทึกหน้าจอก็ทำได้เช่นกัน นอกจากนี้หน้าต่างยังมีความล้ำ ด้วยดีไซน์คล้ายยานอวกาศ

Armoury Crate เกมโหมด
Armoury Crate จะเหมือนการปรับโหมดสมาร์ทโฟน ให้เป็นเหมือนเกมคอนโซล ซึ่งในนั้นจะมีการปรับแต่งเกม พร้อมล็อกการตั้งค่าในแต่ละเกมได้ นอกจากนี้ยังเป้นที่สำหรับปรับแต่งอุปกรณ์เสริมที่มาเชื่อมต่อกับ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D รวมไปถึงเป็นแหล่ง Community ของชาว ROG อีกด้วย ซึ่งการใช้งานสามารถเริ่มได้จากแอพฯ Armoury Crate ที่อยู่ในหน้าจอหลัก (สัญลักษณ์เหมือนลูกศรขึ้น)

ปุ่มเสริม AirTrigger 6
ปุ่มเสริม AirTrigger 6 จะอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง โดยมีด้วยกัน 2 ปุ่ม จับใช้งานได้ถนัดเมื่อปรับการใช้งานเครื่องเป็นแนวนอน ซึ่งแน่นอนว่าปุ่มเสริม AirTrigger 6 มีไว้ช่วยให้การเล่นเกมสะดวกมากขึ้น สำหรับปุ่มสามารถใช้งานได้หลายประเภทไม่ว่าจะเป็น กด 1 ครั้ง, หรือรูด เป็นต้น สามารถปรับใช้งานใน Game Genie ระหว่างเล่นเกม นอกจากนี้ยังปรับน้ำหนักการกดได้เช่นกัน จากที่ลองใช้กับเกม Fifa Mobile ก็ถือว่าได้ฟีลแบบจอยเกมก็ว่าได้

 

ระบบเสียงจัดเต็ม มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรด้วย
ลำโพงของ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D จะอยู่ทางด้านหน้า ทำให้ฟังเสียงได้ดีขึ้น ซึ่งลำโพงจะถูกปรับแต่งระบบเสียงแบบ GameFX ทำให้เสียงในระหว่างเล่นเกม หรือการรับชม Content มีมิติ และคมชัดมากขึ้น พร้อมปรับ EQ ได้อีก ทั้งนี้ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D ยังมาพร้อมช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งมีการปรับแต่งมาอย่างดีจากระบบ Dirac 

ระบบควบคุมความร้อน
ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D มีชื่อเรียกว่า GameCool 6 ซึ่งภายในประกอบไปด้วย สารประกอบโบรอนไนไตรด์ (BN) ติดตั้งลงบนด้านหนึ่งของ CPU ช่วยกระจายความร้อนออกอย่างรวดเร็วในการใช้งานระยะสั้น และมีขนาดของ Vapor Chamber ที่ใหญ่ขึ้น พร้อมครีบระบายความร้อน และแผ่นแกรไฟท์ที่ใหญ่ขึ้นจะช่วยกระจายความร้อนออกจาก CPU ได้ดีขึ้นอีกชั้น ในระหว่างการเล่นเกมในระหว่าง 30-45 นาที ถือว่าจัดเต็มจริงๆ ในระบบระบายความร้อน จากที่ทดสอบใช้งานก็ถือว่าควบคุมความร้อนในระหว่างเล่นเกมได้ดีมาก ไม่ส่งผลกับการเล่นเกม แม้ว่าปรับกราฟฟิกในระดับสูงก็ตาม

อุปกรณ์เสริม AeroActive Cooler 6 และระบบ AeroActive Portal
เรื่องการระบายความร้อน ยังมีอีก 1 อุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า AeroActive Cooler 6 ซึ่งเป็นพัดลมติดอยู่ฝาหลังตัวเครื่อง เชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB Type-C ตรงข้างตัวเครื่อง ทำให้เป็นอีก 1 อุปกรณ์ที่ช่วยระบายความร้อนอีกทาง และยังมีปุ่มเสริมอีก 4 ปุ่มทางด้านหลัง และลูกเล่นไฟ RGB มาให้ด้วย ทั้งนี้หากเสียบสายชาร์จไปด้วย พร้อมติด AeroActive Cooler 6 ก็ยังสามารถปรับระดับพัดลมเป็นแบบลมแรงสุด ซึ่งช่วยลดความร้อนภายในได้เยอะสุดๆ

นอกจากนี้ยังมีระบบ AeroActive Portal ที่มีเฉพาะ ROG Phone 6D Ultimate เป็นการเปิดรูลม ให้ลมเย็นจาก AeroActive Cooler 6 เข้าไปภายในตัวเครื่องโดยตรง 

ระบบความปลอดภัย สแกนใบหน้า และสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
ระบบความปลอดภัยแบบไบโอเมตริก ทั้ง ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D จะมีให้ใช้งาน 2 ระบบคือ การสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และการสแกนใบหน้า ซึ่งการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอถือว่ามีการทำงานที่แม่นยำ และรวดเร็ว ส่วนการสแกนใบหน้ายังสแกนในที่มืดได้ไม่ดีเท่าไหร่

แบตเตอรี่ และการชาร์จแบบไม่ผ่านแบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ของ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D จะมีขนาดที่ 6,000mAh ซึ่งเป็นขนาดที่เยอะจัดๆ แถมยังสนับสนุนการชาร์จผ่านสาย 65W สามารถชาร์จ 0% ถึง 100% ภายใน 42 นาที

ทั้งนี้ยังมีระบบชาร์จโดยตรงแบบไม่ผ่านแบตเตอรี่ ในระหว่างเล่นเกม จะช่วยลดความร้อนได้อีกทาง ในระหว่างชาร์จแบตเตอรี่ และเล่นเกมไปด้วย ซึ่งการใช้งานก็เพียงเสียบสายชาร์จ จากนั้นเปิด Game Genie ในตอนอยู่ในเกม และเลือกเมนู Charging Mode ต่อด้วย Bybass Charging

ประสิทธิภาพของกล้องถ่ายรูป
การใช้งานกล้องถ่ายรูปดูเผินๆ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D อาจจะไม่ได้เน้นมาก แต่เอาจริงงๆ สเปค และภาพที่ถ่ายออกมาก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง โดยกล้องหลังติดตั้งมา 3 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลักเซนเซอร์ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ความละเอียด 50MP, ต่อมาเป็นกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 13MP และกล้อง Macro ความละเอียด 5MP สามารถบันทึกวิดีโอได้สูงสุด 8K ที่ 24fps ในขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียด 12MP

ถ่ายภาพปกติ
การถ่ายภาพปกติ ก็ออกมาปกติไม่ได้ดีมากจนเกินไป เพราะไม่มีระบบ AI จดจำซีน เพื่อปรับแต่งภาพสวยเหมือนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน แต่รายละเอียดของภาพก็ออกมาดี และให้ Resolution ที่สูงจากกล้องความละเอียด 50MP

โหมดมุมกว้าง
โหมดมุมกว้าง ก็สามารถใช้งานได้ไม่มีปัญหา โดยภาพที่ออกมาก็มีความกว้างขึ้น เก็บรายละเอียดโดยรอบได้ดี ซึ่งได้กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 13MP ช่วยให้ภาพมุมกว้างออกมาสวยงาม

โหมดกลางคืน
โหมดกลางคืนทำได้ดีเกินคาด เพราะภาพที่ออกมามีการเปิดรายละเอียดในที่แสงน้อยได้ดี และยังให้แสงสีในตอนกลางคืนออกมาสวยงามทีเดียว

โหมดมาโคร
การถ่ายภาพในมุมใกล้ๆ ก็มีโหมด Macro มารองรับในส่วนนี้ ซึ่งภาพในระยะใกล้ๆ ก็มีการโฟกัส และให้รายละเอียดค่อนข้างชัดเจน ถือว่าสวยใช้ได้ไม่มีปัญหา

โหมด Portrait
ใครว่าเป็นสมาร์ทโฟมเกมมิ่งจะเรื่องกล้องจะไม่เอาอะไรเลย โดยการใช้งานในโหมด Portrait ถือว่าดีงามพอสมควร ซึ่งการเบลอพื้นหลัง มีการเบลอตัดกับส่วนหน้าได้ดีทีเดียว และยังปรับความเบลอได้ตามต้องการอีกด้วย นอกจากนี้ยังใช้งานร่วมกับการปรับแต่งใบหน้า ทำให้ใบหน้าออกมาสวยงามมากขึ้น โดยปรับได้ถึง 10 ระดับ และแยกปรับเป็นส่วนๆ ของใบหน้าได้ 

กล้องหน้า 12MP
กล้องหน้าความละเอียดให้มาที่ 12MP ก็สามารถถ่ายเซลฟี่ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังใช้งานในโหมด Portrait ได้ด้วย ทำให้ใช้งานโหมดการปรับแต่งหน้าสวย พร้อมกับปรับความเบลอของพื้นหลังได้เหมือนกล้องหลัง ช่วยทำให้การเซลฟี่มีลูกเล่น และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ถ่ายได้ดียิ่งขึ้น

ตัวอย่างภาพจากกล้องSample & Photo

เมนู & ฟังก์ชันMenu & Function

สเปคของ ROG Phone 6D Ultimate

  • ขนาดตัวเครื่อง : 173x77x10.4 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 247 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล : AMOLED E6 กว้าง 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2448x1080 พิกเซล) ความแม่นยำสี Delta-E < 1 และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus
  • ชิปเซ็ต : MediaTek Dimensity 9000+ 5G
  • RAM : 16GB LPDDR5x
  • ROM : 512GB UFS 3.1
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 12
  • กล้องหลัง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช
    - กล้องหลัก Sony IMX766 ความละเอียด 50MP
    - กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 13MP
    - กล้อง Macro ความละเอียด 5MP
  • กล้องหน้า ความละเอียด 12MP
  • เครือข่าย : สนับสนุน Nano SIM 2 ช่อง สัญญาณ 5G
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 6, Bluetooth 5.3, NFC, Wi-Fi Direct, พอร์ต USB Type-C 2 พอร์ต
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่ด้านหน้า Dirac HD และไมโครโฟน 3 ตัว
  • ระบบความปลอดภัยไบโอเมตริก : สแกนใบหน้า, สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ : 6,000mAh สนับสนุนชาร์จเร็วผ่านสาย 65W 

RAM และ ROM เสริมแรงด้วยเทคโนโลยีใหม่
RAM ที่ใช้บน ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D จะเป็นแบบ LPDDR5x ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีการประมวลผลที่รวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี ROM แบบ UFS 3.1 ทำให้การอ่านเขียนข้อมูล หรือรับส่งไฟล์มีความรวดเร็วเช่นกัน แต่ ROG Phone 6D Ultimate จะมี RAM 16GB + ROM 512GB และ ROG Phone 6D จะมี RAM 12GB + ROM 256GB

ระบบปฏิบัติการ
ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android 12 ซึ่งมีการปรับแต่งให้เป็นธีมแบบ ROG Phone ซึ่งจะดูล้ำๆ แต่ยังคงการใช้งานที่ง่ายๆ ลื่นๆ และไม่มีแอพฯ จากโรงงานมากมากนัก

หน้าจอหลัก
หน้าจอหลักจะดูแบบล้ำๆ ตามสไลต์เกมมิ่งโฟน โดยใช้โลโก้เป็นแบบวงกลม และแอพฯ ทั้งหมดจะรวมอยู่ในหน้าจอหลัก และเป็นแบบถาดรวมแอพฯ สามารถปัดขึ้นมาดูได้

หน้าต่างแบบลอยตัว
ฟังก์ชั่นหน้าต่างแบบลอย จะอยู่ทางขอบหน้าจอทางซ้าย หรือขวา สามาถปัดค้างเพื่อเปิดถาดออกมา ในนั้นจะมีแอพฯ ที่ได้เลือกเอาไว้โผล่มาให้กดใช้งานทันทีโดยไม่ต้องไปหา หรือกลับไปที่หน้าจอหลักอีกครั้ง

รองรับโหมด Always-on Panel
ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D จะรองรับการใช้งานฟังก์ชั่น Always On Display หรือทาง ROG Phone เรียกว่า Always-on Panel ซึ่งเป็นการแสดงข้อมูลหลักๆ ในระหว่างพักหน้าจอเช่น การแจ้งเตือน วันเวลา เป็นต้น พร้อมการปรับแต่งดีไซน์ได้ตามใจชอบ สามารถเปิดการใช้งานได้ที่ การตั้งค่า > การแสดงผล > Always-on Panel

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพความเร็ว AnTuTu Benchmark : 972,821 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวม Geekbench 5 ได้คะแนน Single-Core : 960 คะแนน และ Multi-Core : 3536 คะแนน
  • ผลการทดสอบกราฟิกด้วย 3D MARK (Wild Life) : 8628 คะแนน
  • ผลตรวจสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch สูงสุด 10 จุด

ทดสอบเซ็นเซอร์ด้วยโปรแกรม Android Sensor Box พบเซ็นเซอร์ดังนี้

  • Accelerometer Sensor ตรวจวัดความเร่งจากการโน้มเอียง
  • Light Sensor ตรวจจับแสงสว่าง
  • Orientation Sensor ตรวจวัดความเอียง
  • Proximity Sensor ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาแนบหู
  • Gyroscope Sensor ตรวจวัดการทรงตัว
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก

สรุปราคา ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D
สำหรับ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D เป็นอีกสมาร์ทโฟนเกมมิ่งที่น่าสนใจพอสมควร ด้วยสเปคที่แรงถึงใจ และมีระบบระบายความร้อนที่ดีเยี่ยมแบบนี้ ขาเล่นเกมไม่ควรพลาด โดยตอนนี้ ROG Phone 6D Ultimate และ ROG Phone 6D มีการเปิดจำหน่ายผ่านทาง AIS แบบ Exclusive ไปหาซื้อที่อื่นไม่ได้ ใครที่ใช้เครือข่ายของ AIS อยู่แล้วมีราคาพิเศษด้วย สามารถไปตำ และดูข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ตามลิ้งค์ตรงนี้เลย https://bit.ly/3FUOH66

  • ROG Phone 6D Ultimate ราคาปกติ 42,990 บาท
  • ROG Phone 6D ราคาปกติ 28,990 บาท

ASUS

ขอขอบคุณ : เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

อ่าน

แบ่งปันบทความ

ข้อมูลมือถือ

รีวิวโดย: ปิตุภูมิ นันทวิทยา ภาพโดย: สิรภพ ผิวทอง
วันที่ 26 ธันวาคม 2565

VIEWS

แบ่งปันบทความ

สินค้าออนไลน์