ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

กลายเป็นบรรทัดฐานไปหรือยัง สำหรับสมาร์ทโฟนในปัจจุบันที่จะต้องมี RAM มากถึง 6GB ถึง 8GB หลังจากเมื่อช่วงปีสองปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าเหล่าผู้ผลิตทั้งหลายนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีสเปกแบบจัดเต็ม ที่เห็นได้ชัดก็คือรุ่นราคาหมื่นกลางๆ มาพร้อม RAM 4GB ซึ่งเกือบเป็นบรรทัดฐานแล้ว สามารถจับจองได้ในราคาตํ่ากว่าหนึ่งหมื่นบาท หรือว่าในรุ่นท็อปที่เป็นเอกลักษณ์เข้าไปแล้วกับขนาด 6GB แน่นอนว่าหากมองผิวเผินยิ่งมากยิ่งดี

แต่ปี 2018 ที่ผ่านมาเรื่องราวของ RAM มาแรงจริงๆ และเป็นไปตามข่าวลือเนื่องจากว่ามีสมาร์ทโฟนเปิดตัวออกมากับแรม 4GB/6GB/8GB/10GB/12GB เพราะฉะนั้นมาหาเหตุผลกันหน่อยว่า จำเป็นจริงหรือที่จะต้องมีมากขนาดนั้น...?

คำตอบก็แบ่งออกเป็นสองรูปแบบคือ การตอบแบบสั้นๆ ได้ใจความกับคำตอบแบบยาวที่มีเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้องเล็กน้อย ดังนั้นเรามาเริ่มกันเลย...?

1. เพิ่มลูกเล่นของ UI ได้มากขึ้น : แน่นอนว่าหลายคนคงจะคุ้นกับคำว่าครอบทับด้วย..UI บนพื้นฐานระบบแอนดรอยด์เวอร์ชั่น xx โดยส่วนดังกล่าวผู้ผลิตสมาร์ทโฟนออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์เพิ่มประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เพราะมีทั้งลูกเล่น, แอพฯ หรือฟีเจอร์ทำงานเบื้องหลัง ดังนั้นเมื่อ Ram มีมากจึงสามารถยัดลูกเล่นได้เพิ่มขึ้น แบบที่ไม่ส่งผลต่อระบบการทำงานของตัวเครื่องมากนัก   

2. Garbage Collection : ทุกครั้งที่ผู้ใช้งานระบบแอนดรอยด์เปิด - ปิดแอพฯ ของภาษา Java จะเกิดกระบวนการเรียกใช้ฟังก์ชั่นจัดการหน่วยความจำอัตโนมัติในช่วงการทำงาน ซึ่งจะคอยเก็บตัวแปร หรือ Object ที่ไม่ได้ถูกใช้แล้วออกไป ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในแรมจะนำออก ก็ต่อเมื่อถังขยะนั้นเต็มแล้ว ที่นี้เมื่อเต็มก็จะเกิดกระบวนการเคลียออกคืนให้กับระบบ หากไฟล์ขยะใดที่ไม่ได้ใช้ ก็จะถูกเคลียออกไปทันที ทว่าขั้นตอนเหล่านี้ก็ต้องใช้แรมอีกด้วย เช่นเดียวกับหน่วยความจำอัตโนมัติหากถูกเก็บไว้ถ้าจะทำงานให้มีประสิทธิภาพก็ต้องอาศัยแรม 4 - 8 เท่า เพื่อให้เกิดการทำงานที่ไหลลื่น ดังนั้นจึงสรุปว่าดีไวซ์เครื่องใดแรมตํ่า เช่น 512MB หรือน้อยกว่า 2GB ควรที่จะหมั่นเคลียแรมบ่อยๆ เพื่อให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพไม่ต้องแบกภาระไฟล์ขยะอีกต่อไป (อ้างอิง redmondpie.com)

และควรท่องจำให้ขึ้นใจว่า ในระบบแอนดรอดย์เมื่อไม่ใช้งานแอพฯ ใดแล้วก็ควรปิดลงซะ วิธีที่ถูกต้องคือ "กดปุ่ม Back ออกจากตัวแอพฯ หรือก็ปิดแอพฯ ผ่านโหมด Recent app ไปเลย" ไม่ใช่กดปุ่ม Home แต่อย่างใด เนื่องจากถ้ากดปุ่มโฮมแอพฯ เหล่านั้นจะยังคงทำงานอยู่ 

3. การเพิ่มขีดความสามารถของ Multitasking : อย่างที่ทราบกันว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรันแอพฯ พร้อมกันหลายแอพฯ ทำให้ไม่ต้องเปิดปิดแอพฯ บ่อยๆ และเพื่อให้ใช้งานคล่องตัวจึงนิยมเปิดทิ้งไว้ ทว่าอย่าลืมว่าแรมที่มีอยู่ในตัวเครื่องอาจไม่เพียงพอก็เป็นได้ ดังนั้นเพื่อตอบข้อปัญหานี้ จึงหาทางออกโดยการเพิ่มแรมให้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ปัจจุบันที่มีหน้าจอขนาดใหญ่กว่าเดิม มากกว่า 5.5 นิ้ว และมีมากถึง 7 นิ้วแล้วด้วย

4. ช่วยเพิ่มสมรรถนะการทำงานทุกสัดส่วนที่มี Ram เกี่ยวข้อง : ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โดยตรง แต่ ณ ช่วงเวลานั้น สมาร์ทโฟนที่มีแรมเหลือมากพอ ต่อการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือเริ่มทำกิจกรรมใหม่ แม้แต่การประมวลผลต่างๆ จะช่วยให้รวดเร็วขึ้น    

5. เพิ่มความแปลกใหม่ : ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์ถ้าเราต้องการจะเพิ่มความเร็วของการทำงานก็เพียงแค่ซื้อแรมมาเสียบใส่เท่านั้น (ต้องมีความสัมพันธ์กันกับระบบอื่นๆ ถึงจะเห็นผลลัพธ์) โดยในส่วนของสมาร์ทโฟนก็ไม่ต่างกันเมื่อชิปเซ็ตประมวลผลรองรับสเปกได้สูงขึ้น จุดที่เพิ่มเติมง่ายคงหนีไม่พ้นแรม เพราะเป็นส่วนที่ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ให้ทำงานแย่ลง กลับดีกว่าเสียอีก เพียงแต่อาจเปลืองแบตฯ มากขึ้นแทน (ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการผลิตของแรม)

6. ระบบประมวลผล AI : อย่างที่หลายคนทราบกัน สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ได้นำฟีเจอร์นี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งมากขึ้นในการประมวลผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารทรัพยากรของเครื่อง, ระบบประมวลผลของกล้อง รวมถึงแอปพลิเคชั่นเองที่มีการทำงานผสมผสานกับแอปฯ อื่นๆ ด้วย นั่นหมายความว่าย่อยใช้ RAM ในการเรียกใช้งานมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องอาศัยแรมที่มาก เพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ลื่นไหล ไม่ติดขัดนั่นเอง

7. กลยุทธ์ทางการตลาด : หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ยังคงใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยในการแข่งขันคือ "การสร้างความแตกต่าง" เพราะฉะนั้นปัจจุบันเราจึงเห็นสมาร์ทโฟนที่มี Ram 6GB นั้นมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นมากขึ้น และในอนาคตก็เช่นกัน

หลังจากทราบเรื่องราวทั้งหมดของ Ram ไปแล้ว ลำดับต่อไปมาดูกันหน่อยว่า ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนรุ่นใดที่มาพร้อมกับแรม 8GB, 10GB และ 12GB บ้าง...?

เริ่มจากแบรนด์ Asus กันก่อนกับสมาร์ทโฟนเน้นเกมอย่าง ROG Phone วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วอย่างเป็นทางการ แบ่งเป็นโมเดล RAM 8GB / ROM 128GB กับ RAM 8GB / ROM 256GB ซึ่งมีดีไซน์โฉบเฉี่ยว เท่ตามสไตล์ ทั้งยังครอบทับ Gorilla Glass 6 เพิ่มความทนทานยิ่งขึ้น พร้อมระบบเสียง Hi-Res 24-bit/192KHz และระบบเสียง DTS X 7.1 Channel ด้วยลำโพงคู่กับหูฟังเฉพาะทาง ประมวลผลด้วยชิปเซ็ตทรงพลัง Snapdragon 845 กับความเร็วสูงถึง 2.96GHz อ่านรีวิว

ต่อด้วยแบรนด์ OnePlus ที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนสองรุ่นท็อปในบ้านเราช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา ได้แก่รุ่น 6T กับ 6T McLaren Edition โดดเด่นด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.41 นิ้วแล้วครอบทับกระจกสุดแกร่ง Gorilla Glass 6 มาพร้อม RAM 8GB กับ RAM 10GB ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 845, GPU Adreno 630 หากใครสนใจจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ อ่านรีวิว

OPPO R17 Pro โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีใหม่กล้อง TOF ที่ทาง OPPO พัฒนาขึ้นและเป็นกล้องหลังเลนส์ตัวที่ 3 ทั้งมีสีสันแปลกตาด้วยหลังเครื่องดีไซน์โค้งตัว S มาพร้อมหน้าจอรอยบากแบบหยดน้ำ เทคโนโลยี AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 710 Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz, RAM 8GB, ROM 128GB (UFS 2.1) รองรับการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ และแบตเตอรี่ความจุ 3,700mAh รองรับชาร์จเร็ว Super VOOC 10 นาที แบตฯ เพิ่มขึ้น 40%  อ่านรีวิว

ส่วนอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจเช่นกันคือ OPPO Find X โดดเด่นด้วยดีไซน์เช่นกัน พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมหลายจุด อาทิ เทคโนโลยีชาร์จเร็ว, โมดูลกล้องทั้งหน้าและหลังทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ AI เพื่อให้ภาพถ่ายเป็นธรรมชาติสมจริง, ระบบปลดล็อคใบหน้า (3D Face Recognition), หน้าจอขนาด 6.42 นิ้ว แบบ AMOLED ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 845, RAM 8GB อ่านรีวิว

ปิดท้ายด้วยแบรนด์ Xiaomi ได้รุกตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยอย่างหนักเลยทีเดียวในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีทั้งหมดสองรุ่นในสเปก RAM 8GB คือ Mi 8 Pro วางจำหน่ายในราคา 19,990 บาท อ่านรีวิว อีกหนึ่งรุ่น Mi Mix 3 กับสามโมเดลเริ่มต้น RAM 6GB/8GB/10GB ราคา 18,999 บาท อ่านรีวิว

อีกหนึ่งรุ่นคือสมาร์ทโฟน RAM 12GB รุ่นแรกของโลก นั่นคือ Lenovo Z5 Pro GT ที่น่าสนใจว่าจะนำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่ มาพร้อมดีไซน์เอกลักษณ์ด้านหลังทำลวดลายของคาร์บอนไฟเบอร์ ตัดเฉดสีแดงกับดำเพิ่มความเท่ดุดันยิ่งขึ้น ทั้งมีฟีเจอร์สแกนนิ้วมือบนหน้าจอเจนเนเรชั่นที่ 5 ให้การสแกนรวดเร็ว แม่นยำ แค่แตะก็ปลดล็อคได้เลย ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 855 กับ RAM ถึง 12GB เลนส์กล้องหลังความละเอียด 24MP (4 in 1) + 16MP เซ็นเซอร์ Sony IMX576 + Sony IMX519 จุดพิกเซล 1.8um ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.6 นิ้ว บันทึกวิดีโอความละเอียด FullHD มากสุดในบรรดาสมาร์ทโฟนกับ 120 เฟรมต่อวินาที

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสมาร์ทโฟนที่หยิบยกมาแนะนำกัน ต้องบอกว่าน่าแปลกยิ่งนักที่ทุกวันนี้เราต้องมี RAM มากถึงขนาดนี้ และไปไกล 12GB แล้ว ไม่รู้ว่าในปีนี้จะพาเราไปจนถึงเท่าใด...ทว่าในปีนี้เราคงต้องติดตามเทรนด์ที่น่าสนใจมากกว่าคือ [เล่าสู่กันฟัง] คาดการณ์เทรนด์สมาร์ทโฟนปี 2019 เป็นอย่างไร มาติดตามกัน

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Mon, 18 Feb 2019 09:15:11 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)