ไม่ต้องรอคอยนานเลย สำหรับ HMD Global และแบรนด์ Nokia ที่คราวนี้จะกลับมาทำตลาดเต็มตัว ภายใต้การร่วมงานกันอย่างเป็นระบบ และมีการวางแผนทุกขั้นตอนด้วยผู้รับผิดชอบที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน หลังจากไม่กี่เดือนก่อนได้ประกาศว่าจะเผยโฉมรุ่นแรกของแบรนด์ในงาน Mobile World Congress 2017 ทว่าล่าสุดทั้งคู่ก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ รอนาน ชิงเปิดตัว Nokia 6 อย่างเป็นทางการในวันที่ (8 มกราคม พ.ศ. 2560) ดังนั้นเราลองมาวิเคราะห์กันหน่อยแม้จะไม่ใช่รุ่นท็อป แต่กับราคาเท่านี้ คุ้มค่าหรือไม่? พร้อมสรุปฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจของรุ่นดังกล่าว มีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย

ทำไมไม่รองาน Mobile World Congress 2017 อย่างที่เคยบอกไว้

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าการที่ Nokia รีบเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์ ก่อนงานมหกรรมสมาร์ทโฟนครั้งใหญ่ ก็เพื่อต้องการช่วงชิงกระแสพื้นที่ทางการตลาด เสมือนเป็นการบ่งบอกให้ได้รู้ หรือคอนเฟิร์มเข้าไปอีกว่ามาแล้วนะ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่เหล่าสาวกเฝ้ารอคอยจะเห็น ดังนั้นจึงส่งผลให้สำนักข่าวทั้งหลายต่างเฝ้ามารอคอยทำข่าวในวันงานมากขึ้นไปอีก เพื่อรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ? 

แน่นอนว่าภายในงานดังกล่าวอาจมีรุ่นท็อป รุ่นกลาง รุ่นประหยัดงบ มาเปิดตัว เพราะฉะนั้นยิ่งมีสื่อมาให้ความสนใจเท่าใด ก็ทำให้การตลาดดำเนินการไปได้ด้วยตัวของมันเอง โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก 

 

Nokia 6 ราคาเปิดตัว 8,7xx บาท ($245) คุ้มค่าหรือไม่

จากที่ดูสเปกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าจอ, Ram, พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน, กล้องหน้ากล้องหลัง หรือแบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 รวมถึงมีฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ระบบเสียงลำโพงคู่ผนวกด้วยชิปเสียงควมคุมคู่ และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เป็นต้น ก็ถือว่าน่าสนใจเมื่อมีราคาวางจำหน่ายเท่านี้ แต่ก็น่าเสียดายตรงชิปเซ็ตประมวลผล น่าจะใช้ซีรีย์ 6xx มากกว่า

ดังนั้นหากเปรียบเทียบกับมือถือของแบรนด์จีนที่เราทราบกันอย่างดี หลายคนอาจบอกว่าแพงไปเลย ทว่าถ้าเป็นส่วนตัวผมติดแค่เรื่องหน่วยประมวลผลอย่างเดียว แล้วคนอื่นๆ คิดเห็นอย่างไรบ้างครับ ?

ตามข่าวบอกว่าจะมากสุดถึง 7 รุ่นในปีนี้เลย 

อย่าลืมว่าก่อนหน้าสไลด์คอนเฟิร์มหลุดออกมาระหว่างการแถลงจุดหมายการดำเนินธุรกิจของโนเกียในปีนี้กับตัวแทนจำหน่าย (อ่านข่าวย้อนหลัง) นอกจากนี้มีคำทิ้งท้ายของการเปิดตัวครั้งนี้อีกว่า ซึ่งใจความว่า " The Nokia 6 marks the first step on our journey, with more to come in 2017.”

แปลได้ว่า Nokia 6 เป็นเพียงก้าวแรกในการเดินทางของเรา จะมีมาอีกในปีคริสต์ศักราช 2017

 

ฟีเจอร์เด่นของ Nokia 6 มีอะไรบ้าง....?

1. วัสดุตัวเครื่อง : สำหรับ Nokia 6 ก็จะทำจากอลูมเนียมซีรีย์ 6000 ใช้กระบวนต่างๆ ในการขึ้นรูปหลายชั่วโมง เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุดและโครงสร้างที่แข็งแรง

2. เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ : ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและส่วนตัวในการใช้งาน และรองรับฟีเจอร์ Mobile Payment ด้วย

3. หน้าจอที่ใช้งานกลางแจ้งได้ : โนเกียเคลมว่าสร้างกระบวนการระหว่างเลเยอร์ของ Laminated กับ Polarizer เพื่อให้ใช้งานกลางแจ้ง (enabling excellent sunlight) อย่างไม่มีปัญหา ด้วยรูปแบบขอบที่บาง (slim form)

4. ชิปเสียงคู่ (TFA9891) : เพิ่มประวิทธิภาพการขับเสียงดีกว่าเดิมอีก 6dB

5. ลำโพงคู่มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos

สรุปสเปกอย่างเป็นทางการ (อ้างอิง nokia.com)

  • ขนาดตัวเครื่อง : 154 x 75.8 x 7.85 มม.
  • หน้าจอ : IPS-LCD ขนาดกว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ครอบทับกระจกโค้ง Corning Gorilla Glass 3 แบบ 2.5D ให้ความสว่าง 450 nits มีความหนาแน่นต่อพิกเซล 403ppi
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 430 CPU Octa-Core แบบ 64-บิต 
  • GPU : Adreno 505 
  • Ram : 4GB LPDDR3 
  • พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน : 64GB
  • MicroSD Card : สูงสุด 128GB
  • รองรับการใช้งานสองซิมการ์ด
  • กล้องหลังความละเอียด : 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ ระบบจับโฟกัส PDAF รูรับแสง f/2.0 ขนาดพิกเซล 1.0um
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1.12um รูรับแสง f/2.0 มุมมองการถ่ายภาพกว้าง 84 องศา 
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • ลำโพงคู่ Dual speakers ด้านบนตัวเครื่องและด้านล่างตัวเครื่อง
  • Dual smart amplifiers (TFA9891)
  • ระบบเสียง Dolby Atmos
  • ระบบเชื่อมต่อ : 4G LTE Cat. 4 (DL 150 Mbps / UL 50 Mbps), WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.1, GPS, USB OTG, Micro USB 2.0, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, 
  • เซ็นเซอร์ : Light sensor, Proximity sensor, Accelerometer (gravity sensor), Electronic compass, Gyroscope, Hall sensor
  • แบตเตอรี่ : 3000 mAh พร้อมโหมด Doze

เป็นอย่างไรกันบ้าง ทุกฟีเจอร์เด่นและสเปกคุ้มค่ากับราคา 8,7xx หรือไม่ ในเรื่องของดีไซน์ต่างๆ คิดว่าผ่านไหมเราลองมาแชร์ความคิดเห็นกัน โดยส่วนตัวแล้วก็ยังมีความเป็นกลิ่นอายของโนเกียอยู่บ้าง สำหรับการจับตามองครั้งต่อไปคืองาน Mobile World Congress 2017 กับคำถามที่ว่าจะมาพร้อมกล้องคู่และไร้ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรหรือไม่

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Mon, 24 Apr 2017 20:36:18 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)