ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

Apple เปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นอัพเกรดจาก iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อย่างเป็นทางการไปเมื่อกลางดึกของวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยหากมองจากภายนอกทั้ง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ยังคงมีดีไซน์คล้ายกับรุ่นก่อนหน้าแต่หากวิเคราะห์อย่างละเอียดจะพบว่ามีการอัพเกรดฟีเจอร์ใหม่มาให้ใช้งานด้วย และเพื่อให้มองภาพได้ง่ายขึ้นเราได้รวมข้อมูลฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาให้แล้วด้านล่างนี้

iPhone 8 and iPhone 8 Plus: All the new features

1. การใช้กระจกเพื่อออกแบบอย่างเหนือชั้น

ด้านหลังตัวเครื่อง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มีการนำกระจกใสมาครอบทับตัวเครื่องทั้งยังเสริมความแข็งแรงด้วยโครงสร้างเหล็กและทองแดงภายในซึ่ง Apple อ้างว่านี่คือกระจกที่ทนทานที่สุดเท่าที่เคยถูกนำมาใช้บนสมาร์ทโฟน นอกจากนี้เฉดสีที่พ่นลงตัวเครื่องสมาร์ทโฟนนั้นผ่านกระบวนการเคลือบสีถึง 7 ชั้นทำให้สีที่ออกมามีความโดดเด่น

2. วิถีใหม่ของการชาร์จ

ทั้ง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus รองรับการชาร์จไร้สายผ่านเครื่องชาร์จเทคโนโลยี Qi wireless charger โดย Apple ได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตเครื่องชาร์จไร้สายหลาย ๆ เจ้าเพื่อผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับชาร์จแบตเตอรี่มาจำหน่ายผ่าน Apple Store ส่วนเครื่องชาร์จไร้สาย Apple AirPower จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงต้นปี ค.ศ. 2018 เป็นต้นไป ซึ่งเครื่องชาร์จรุ่นนี้สามารถชาร์จแบตฯ ให้ iPhone, Apple Watch และ AirPods ได้พร้อมกัน


3. ชิปเซ็ต A11 Bionic ใหม่ล่าสุด

A11 Bionic ชิปเซ็ต hexa-core (CPU 6 คอร์) ตัวใหม่ของ Apple ถูกนำมาใช้งานบน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus โดยประกอบด้วย CPU เน้นความแรง 2 คอร์ซึ่งเร็วกว่าชิป Apple A10 ถึง 25% และ CPU เน้นประหยัดพลังงาน 4 คอร์ซึ่งใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า Apple A10 ถึง 70%

A11 Bionic ยังมีตัวควบคุมประสิทธิภาพรุ่นใหม่ที่ช่วยให้ใช้งาน CPU ทั้ง 6 คอร์พร้อมกัน ส่งผลให้การประมวลผลแบบหลายเธรดเร็วกว่าชิปรุ่นก่อนหน้า 70%

4. การปรับปรุงกล้องที่ดีขึ้น

ในข้อมูลสเปกกล้องของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plusดูเหมือนจะเป็นรุ่นเดียวกับสเปกกล้องของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เมื่อปีที่แล้ว โดย iPhone 8 มีเซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP รูรับแสง f/1.8 ขณะที่ iPhone 8 Plus มีกล้องหลังเลนส์คู่ที่เพิ่มเลนส์ถ่ายไกล รูรับแสง f/2.8 เข้ามาช่วย

อย่างไรก็ตาม Apple ระบุว่ากล้องใน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เป็นของใหม่ เนื่องจากมีขนาดใหญ่และเร็วกว่ากล้องบน iPhone รุ่นก่อน ๆ โดยเซ็นเซอร์รับภาพสี RGB จะรับแสงได้มากขึ้นถึง 83% ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีส่วนประมวลผลภาพ (image signal processing : ISP) ที่ปรับปรุงใหม่โดยสามารถตรวจจับองค์ประกอบที่อยู่ภายในฉากที่ผู้ใช้งานกำลังจะถ่ายภาพได้ นอกจากนี้ยังประมวลผลข้อมูลแสงบนจุดพิกเซลได้ดีขึ้น จับรายละเอียดของสีได้กว้างขึ้น มีโฟกัสอัตโนมัติที่เร็วขึ้นและถ่ายภาพ HDR ได้ดีขึ้น

ในส่วนของการบันทึกวิดีโอยังมีการนำตัวเข้ารหัสที่ Apple พัฒนาขึ้นเองมาใช้ซึ่งจะวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละเฟรมภาพเป็นส่วน ๆ และตรวจจับวัตถุในภาพแต่ละชิ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพการบันทึกวิดีโอ ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการบันทึกวิดีโอสโลว์โมชั่นก็มีข่าวดีเพราะสามารถบันทึกวิดีโอ 240 เฟรม / วินาที ได้ที่ความละเอียด FullHD 1080p (จำนวนเฟรมเรทเพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับ iPhone 7 series)

5. โหมดการจัดแสงภาพบุคคล (Portrait Lighting)

โหมดการจัดแสงภาพบุคคล Portrait Lighting เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มีใช้งานบน iPhone 8 series และ iPhone X เท่านั้น ฟีเจอร์นี้จะใช้อัลกอริทึมตรวจจับความลึกของชิป A11 Bionic ซึ่งจะจับรายละเอียดความโค้งบนใบหน้าที่อยู่บนภาพอย่างชาญฉลาดและสามารถเติมรายละเอียดแสงบนในหน้าโดยเลียนแบบแสงบนเวที แสงไฟคอนทัวร์และเทคนิคอื่น ๆ ที่ช่างภาพมืออาชีพนิยมใช้งาน

6. True Tone displays

จอแสดงผลขนาด 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว บน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus อาจจะดูไม่แตกต่างกับรุ่นก่อน แต่ Apple ได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยโดยจอทั้งสองใช้เทคโนโลยี True Tone ซึ่งเน้นการแสดงข้อมูลสีขาวให้ถูกต้องภายใต้สภาพแวดล้อมแหล่งกำเนิดแสงต่าง ๆ เช่น การอ่าน e-book บนหน้าจอที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังอ่านหนังสือ

7. ลำโพงสเตอริโอที่ดีขึ้น

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เป็นสมาร์ทโฟนของ Apple รุ่นแรกที่มาพร้อมลำโพงสเตอริโอ (บางทีอาจจะเป็นการปลอบใจที่ถอดแจ็คเสียบหูฟัง 3.5มม. ออกไป) สำหรับปีนี้ Apple ได้ทำให้ลำโพงในตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ดังขึ้นกว่ารุ่นก่อน 25% และมีเสียงเบสลงลึกกว่าเดิม

8. Bluetooth 5.0

เทคโนโลยี Bluetooth เวอร์ชั่นล่าสุดถูกนำมาใช้งานบน iPhone รุ่นใหม่ของ Apple ทำให้สามารถส่งข้อมูลไร้สายได้เร็วกว่าอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth 4.2 และได้ระยะการรับส่งข้อมูลที่ไกลกว่าด้วย

9. พื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น

Apple ได้กำหนดความจุพื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่องเริ่มต้นที่ 64GB (มากกว่าความจุเริ่มต้นของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ถึง 2 เท่า) ซึ่งผู้ที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเยอะ ๆ ก็สามารถเลือกรุ่นความจุ 256GB ได้

iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จะเริ่มเปิดจองล่วงหน้าในบางประเทศตั้งแต่ 15 กันยายน ค.ศ. 2017 และวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2017 เป็นต้นไป ส่วนกำหนดการเปิดจอง ราคาและกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่เปิดเผยออกมาในตอนนี้

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    สินค้าออนไลน์ONLINE STORE
      หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 14 Dec 2017 21:21:50 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)