www.siamphone.com
ต้องย้อนหลังไปเป็นเวลากว่า 60 ปี ที่ฮาร์ดไดร์ฟถือกำเนิดขึ้น วันนี้ Plextor ผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสมรรถนะสูง ได้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนฮาร์ดไดร์ฟรุ่นเก่าที่มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน มาเป็นฮาร์ดไดร์ฟรุ่นใหม่ที่มีความเร็วสูงขึ้นจากการเริ่มเปิดตัวไดร์ฟแบบ SSD ตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งได้เริ่มสร้างความต้องการในการใช้ไดร์ฟ SSD ในตลาดให้สูงขึ้น Plextor ได้ริเริ่มขยายตลาดในผลิตภัณฑ์ SSD ไปทั่วโลก และนี่คือประวัติศาสตร์ความเป็นมา และพัฒนาการของฮาร์ดไดร์ฟตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
1956 ฮาร์ดไดร์ฟจานแม่เหล็กหมุนรุ่นแรกของโลก
ณ ขณะนั้น ฮาร์ดไดร์ฟเป็นระบบกลไกไฟฟ้า (electromechanical) ที่มีน้ำหนักเกือบหนึ่งตัน และประกอบไปด้วยแผ่นแม่เหล็กกว่า 50 แผ่น ที่มีหัวอ่านเพียงแค่หัวเดียว จึงทำให้หน่วงเวลาเข้าถึงข้อมูลสูงถึง 600ms ณ IBM 350 นั้นเปิดให้เช่าคิดเป็นเงินค่าเช่ากว่า 28 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพในปัจจุบันคือ หากจะใช้ไดร์ฟแบบนี้ลงระบบปฏิบัติการ Windows 10 จะต้องใช้ไดร์ฟจำนวนทั้งสิ้น 4096 ชุด เพื่อให้ได้พื้นที่ 20GB ซึ่งจะเพียงพอต่อการติดตั้งระบบปฏิบัติการในปัจจุบัน
1970 ไดร์ฟตัวแรกของโลกที่มีระบบแก้ไขความผิดพลาดของข้อมูล
ไดร์ฟ IBM3330 นั้นเป็นไดร์ฟในรูปแบบที่สามารถเปลี่ยนตัวดิสก์ได้ มีแผ่นแม่เหล็ก 11 แผ่นที่สามารถถอดจัดเก็บได้ อัตตราการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ 806 KB/s ไดร์ฟรุ่นสุดท้ายของ IBM 3330 นั้นคือ Model 11 ในปี 1974 ราคา 418 พันล้านดอลลาร์
1976 ไดร์ฟตัวแรกของโลกที่มีคุณลักษณะแบบ SSD ไม่มีกลไกการหมุนหรือขยับหัวอ่าน
ก่อนการถือกำเนิดของชิป NAND Flash แถบแม่เหล็กที่ทำจากเหล็กเฟอร์ไรท์ (Ferrite) ได้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการจัดเก็บข้อมูลด้วยแผ่นแม่เหล็ก จุดเด่นในตอนนั้นคือความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล ตัวยูนิตหลักของไดร์ฟสามารถใส่โมดูลได้สูงสุด 8 โมดูล แต่ละโมดูลมีความจุ 256 KB โดยไดร์ฟรุ่นเริ่มต้นที่ราคาถูกที่สุดในตอนนั้นมีราคาราว 40 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหากต้องการความจุ 1TB ก็จะต้องใช้เงินประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ ณ ขณะนั้น
1980 – ฮาร์ดไดร์ฟตัวแรกของโลกที่สามารถใส่ในเคสของคอมพิวเตอร์พีซีได้
รูปแบบของไดร์ฟลักษณะนี้ มาจากการถือกำเนิดของแผ่นฟลอปปี้ดิสก์ขนาด 5.25” ในช่วงปลายยุค 1970 ตัวไดร์ฟนั้นหนัก 3.2 กิโลกรัม และถือเป็นจุดสูงสุดของการพัฒนาเทคโนโลยีฮาร์ดไดร์ฟให้มีขนาดเล็กลงมากในสมัยนั้น ภายในประกอบไปด้วยแผ่นแม่เหล็กสองแผ่น ประกบด้วยหัวอ่านสี่หัว และเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่านชิปคอนโทรลเลอร์ อัตตราการโอนถ่ายข้อมูลทำได้ที่ 655KB /s
1988 – ฮาร์ดไดร์ฟขนาด 2.5 นิ้ว ตัวแรกของโลก
PrairieTek company ได้สร้างฮาร์ดไดร์ฟตัวแรกของโลกที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับเครื่องแล็ปท็อป แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก และได้ล้มละลายไปในปี 1990 ฮาร์ดไดร์ฟขนาด 2.5” ที่ถือว่าเกิดในตลาดจริง ๆ นั้น กลับกลายเป็นไดร์ฟที่ออกมาในยุคศตวรรศที่ 21 ที่เครื่องแล็ปท็อปได้รับความนิยม วันนี้ ไดร์ฟ 2.5” ได้กลายมาเป็นมาตรฐานสำหรับไดร์ฟแบบ SSD ทั่วโลก
1995 – จุดเริ่มต้นของ NAND Flash ในแง่มุมที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสื่อจัดเก็บข้อมูลดิจิตอล
แฟลชไดร์ฟแบบ FFD (Fast Flash Drive) ตัวแรกของโลก ใช้อินเตอร์เฟซแบบ SCSI และมีขนาด 3.5 นิ้ว ใช้กับเครื่องเดสก์ท็อป และเนื่องจากราคาที่สูง ทำให้ FFD นั้นได้ไม่เคยได้รับความนิยมจากผู้ใช้พีซีทั่วไปเลยแม้แต่น้อย ไดร์ฟประเภทนี้ถูกใช้ในกลุ่มความมั่นคง การป้องกันประเทศ และได้เป็นที่นิยมในอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบินบนเครื่องบิน (กล่องดำ)
2007 – ไดร์ฟขนาด 1TB ที่ราคาเอื้อมถึงได้ง่าย ๆ ตัวแรกของโลก
Hitachi ได้ผลิตฮาร์ดไดร์ฟขนาด 1TB ที่ตามมาด้วยการเปิดตัวไดร์ฟรูปแบบเดียวกันในปีเดียวกัน ไดร์ฟตัวแรกที่มีขนาด 1TB ตอนนั้น มีจานแม่เหล็กหมุน 5 จาน และหัวอ่าน 10 หัว ในปี 2007 ไดร์ฟมีน้ำหนักเพียง 700 กรัม ซึ่งเมื่อย้อนไปเทียบกับปี 1956 นั้น เราจะต้องใช้ไดร์ฟ IBM 350 กว่า สองแสนตัว เพื่อที่จะได้ความจุเท่ากันนี้ และไดร์ฟ IBM 350 สองแสนตัวนั้นก็คงจะมีน้ำหนักเท่า ๆ กับเครื่องบินบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์สองลำรวมกัน
2015 – ไดร์ฟ Solid State เริ่มได้รับความนิยมจากผู้ใช้พีซีทั่วไปจนวันนี้
ถึงแม้ว่าจะเป็นไดร์ฟ SSD ที่ราคาถูกที่สุด ก็ยังมีความเร็วมากกว่าฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟแบบทั่วไป ในตลาดทุกวันนี้ มีไดร์ฟ SSD ให้เลือกมากมาย และมีอินเตอร์เฟซการเชื่อมต่อหลากหลายรูปแบบ ทั้ง SATA, PCIe M.2 ไดร์ฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและคุ้นเคยกันดีคือไดร์ฟรูปแบบ 2.5 นิ้ว อินเตอร์เฟซ แบบ SATA เช่น Plextor M6V ที่สามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 และบู้ทระบบได้ภายในเวลาต่ำกว่า 10 วินาที โปรแกรม หรือเกม ที่ติดตั้งในไดร์ฟ จะสามารถรันได้อย่างรวดเร็วกว่าไดร์ฟแบบจานแม่เหล็กหมุนในอดีต ไดร์ฟ SSD ยุคใหม่นี้จะมีเสถียรภาพ และความน่าเชื่อถือเทียบเท่ากับไดร์ฟแบบจานแม่เหล็กหมุน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย เช่น PlexTurbo 3.0 ในไดร์ฟของ Plextor ที่จะช่วยลดการเสื่อมสภาพจากสภาพในเซลล์เมมโมรีการใช้งานทั่ว ๆ ไป
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Plextor นั้นได้รับรางวัลมามากมาย และได้รับการยอมรับถึงความยอดเยี่ยมของตัวผลิตภัณฑ์นั้น ๆ และจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทของเราตลอดไป
วันที่ : 28 มกราคม 2559
GIGABYTE เปิดตัวเกมมิ่งแล็ปท็อป AI เจ้าของรางวัลระดับโลก พร้อมอัปเดตใหม่ของ GiMATE สุดล้ำ ภายในงาน COMPUTEX 202610 ชั่วโมงที่แล้ว
GIGABYTE ยกระดับ AI TOP Ecosystem สู่ยุคใหม่ของ AI Agents อัจฉริยะ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Luna Band อุปกรณ์ดูแลสุขภาพยุคใหม่ ใช้ AI จัดตารางชีวิตรายชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์วิเคราะห์เหตุและผลอัจฉริยะ12 ชั่วโมงที่แล้ว
HONOR Watch 6 Plus มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Qinghai Lake และเซนเซอร์สุขภาพจัดเต็ม16 ชั่วโมงที่แล้ว
Infinix Hot 70 สมาร์ตโฟนสายแฟชั่น ดีไซน์เปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิ พร้อมขุมพลัง AI เต็มรูปแบบ20 ชั่วโมงที่แล้ว
Red Magic Gaming Tablet 5 Pro เตรียมบุกตลาด Global ช่วงกลางปี 2026
HUAWEI MatePad Mini จอ 8.8 นิ้ว เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ในราคาเพียง 18,9xx
REDMI Pad 2 9.7 Series ดีไซน์ตัวเครื่องบางเพรียว หน้าจอแบตจุ ระสิทธิภาพที่เหนือชั้นกว่าเดิม เริ่ม...
เทียบสเปกแท็บเล็ตปี 2026 ตัวท็อปงบประหยัด สวย ครบ จบในเครื่องเดียว
HUAWEI MatePad Mini แท็บเล็ตดีไซน์บางเบาขั้นสุด ปลดล็อกอิสระแห่งการพกพาและสร้างสรรค์ในมือคุณ
Redmi K Pad 2 แท็บเล็ตเกมมิ่งไซส์พกพา อัปเกรดจอ 165Hz พร้อมชิปฯ เรือธง Dimensity 9500
Redmi Turbo 5 เตรียมบุกตลาดอินเดีย ลุ้นสเปคจอ AMOLED 120Hz แบตฯ 7,560mAh ชาร์จไว 100W
HONOR เตรียมเปิดตัว Win Turbo สมาชิกรุ่นที่ 3 ของตระกูล Win ภายในเดือนนี้!
หลุดข้อมูลสเปคของ Motorola Edge 70 Pro+ บน Geekbench เผยความแรงชิปเซ็ตคู่ใจ ก่อนเปิดตัวสัปดาห์หน้า
5 สมาร์ตโฟนเน้นแบตฯ อึด ใช้งานได้ข้ามวัน สำหรับสายเดินทาง ประจำเดือนพฤษภาคม 2026