www.siamphone.com
สมาร์ทโฟน (Smartphone) | วันที่ : 27 กุมภาพันธ์ 2559
ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงต้นปีที่ยังมีอากาศเย็นสบายอยู่ แต่ว่าในวงการสมาร์ทโฟนกลับร้อนระอุเลยทีเดียว ด้วยการแข่งขันที่ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นตั้งแต่งาน CES ไล่มาจนถึงงาน MWC ที่เป็นงานรวมเหล่าดีไวซ์ต่างๆ จากทุกแบรนด์มาโชว์ตัวกัน และแน่นอนว่าภายในปีนี้ก็คงต้องจับตามองแบรนด์จากประเทศเกาหลีใต้อย่าง LG กับ Samsung ที่ก็นำ Flagship มาเปิดตัวกัน ได้แก่ G5 และ Galaxy S7 เพราะฉะนั้นจึงแล้วจึงอยากจะขอวิเคราะห์หน่อยว่าแบรนด์ใดทำได้ดีกว่ากัน
1. ด้านขนาดตัวเครื่องและนํ้าหนัก
สำหรับ LG G5 ก็มาพร้อมขนาดตัวเครื่อง 149.4 x 73.9 x 7.7 มิลลิเมตร และนํ้าหนัก 159 กรัม ส่วน Galaxy S7 มีตัวเครื่องหนากว่าเล็กน้อย โดยมีขนาดอยู่ที่ 142.4 x 69.6 x 7.9 มม. แต่เบากว่า 0.7 กรัม (152 กรัม)
2. ด้านระบบปฏิบัติการ
ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในปีนี้ว่าเราจะได้ใช้เวอร์ชั่น 6.0 กันอย่างเป็นทาง การแล้ว โดยทั้งคู่ต่างจะครอบทับด้วย UI ของตนเอง เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่แตกต่างคือหน้ารวมแอพพลิเคชั่นของ G5 จะไม่มีอีกแล้ว และในส่วนของ S7 จะมีเช่นเดิม อย่างไรก็ตามทางซัมซุงยังบอกว่าได้ปรับปรุง UI ให้มีความสวยงาม เข้าใจง่าย และไม่สร้างการหน่วงให้กับระบบอีกต่อไป เมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน
นอกจากนี้อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มีในแอนดรอยด์เวอร์ชั่นนี้ก็คือ Adoptable storage หรืออีกนัยหนึ่งคือการเปลี่ยนพื้นที่ของ MicroSD Card เป็นพื้นที่หน่วยความจำภายใน (Internal storage) ก็จะไม่สามารถใช้งานได้ในทั้งสองรุ่นเลยเช่นกัน
3. ด้านดีไซน์
สำหรับ Samsung Galaxy S7 ก็ยังคงมาในรูปลักษณ์แบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการทำให้ฝาหลังตรงขอบด้านซ้ายและด้านขวามีความโค้งเล็กน้อย เพื่อให้สอดรับกับฝามือ โดยวัดสุตัวเครื่องเลือกใช้โลหะและกระจก และในส่วนของการสแกนลายนิ้วมือก็จะอยู่ที่ปุ่ม Home
อีกทั้งด้านหน้าตัวเครื่องเป็นกระจกนูนแบบ 2.5D พร้อมขอบหน้าจอที่ดูบางลง ทำให้รับชมคอนเทนต์ได้ครบถ้วนมากขึ้น
และที่สำคัญกลับมาพร้อมกับคุณสมบัติกันนํ้ากันฝุ่นมาตรฐาน IP68 เลยทีเดียว ทำให้สามารถกันนํ้าได้ที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นาน 30 นาที
ทว่าสำหรับ LG G5 ได้ฉีกรูปแบบเดิมจากที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน G ซีรีย์ โดยมาพร้อมวัสดุโลหะทั้งตัวเครื่องแบบ Unibody ซึ่งที่ตัวเครื่องด้านล่างก็จะสามารถถอดออกได้ เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ รวมถึงโมดูลเสริม สำหรับความบันทึกที่แตกต่างกัน เพราะมีทั้งการตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพและการฟังเพลง ได้แก่.....
นอกจากนี้ G5 ก็ยังเป็นรุ่นแรกอีกด้วยที่มาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือ
1. โมดูล Cam Plus กล่าวคือเป็นโมดูลที่จะตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพมากขึ้น มาพร้อมปุ่มควบคุมกล้องคล้ายกับ DSLR เช่น ปุ่มชัตเตอร์, ปุ่มซูม เป็นต้น ทั้งมีแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอีก 1,200 mAh ทำให้มีแบตเตอรี่รวม 4,000 mAh
2. โมดูล Hi-Fi Plus + B&O Play ก็ช่วยเพิ่มประสบการณ์กับฟังเพลงทั้งลำโพงและหูฟัง แต่ถ้าฟังพร้อมกับหูฟังเสริมของ LG จะเป็นระบบเสียง 32bit DAC
4. ด้านหน้าจอ
สำหรับ LG G5 ได้มาพร้อมหน้าจอชนิด IPS-LCD ขนาดกว้าง 5.3 นิ้ว ความละเอียด QuadHD หรือ 2K และมีความหนาแน่นต่อพิกเซล 554 ppi รวมถึงเทคโนโลยีที่มีชื่อเรียก ALWAYS ON ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ในการรายงานข้อมูลที่จำเป็นโดยที่ไม่ต้องเปิดหน้าจอ อาทิ เวลา, วันที่, สายที่ไม่ได้รับ, อีเมล์ และการแจ้งเตือนต่างๆ ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวเมื่อเปิดใช้งานทาง LG ระบุว่าจะใช้พลังงานแบตเตอรี่เพียง 0.8% ต่อหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ขณะที่ Samsung Galaxy S7 มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอแบบ Super AMOLED ตามแบบฉบับซัมซุง โดยจะมีขนาดกว้าง 5.1 นิ้ว ความละเอียด 2K รวมถึงความหนาแน่นพิกเซล 577 ppi และเช่นเดียวกันมีเทคโนโลยี ALWAYS ON แต่จะใช้พลังงานแบตเตอรี่มากกว่าเล็กน้อยคือ 1.0% ต่อหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
5. ด้านฮาร์ดแวร์ (CPU, GPU, Ram, Rom และแบตเตอรี่)
Samsung Galaxy S7 LG G5 หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 820/Exynos 8890 CPU Octa-core Snapdragon 820 CPU Octa-core GPU Adreno 530/Mali-T880 MP12 Adreno 530 Ram LP-DDR4 4GB LP-DDR4 4GB Rom 32/64GB (UFS 2.0) 32GB (UFS storage) MicroSD Card 200GB 2TB แบตเตอรี่ 3,000 mAh (รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายและชาร์จเร็ว) 2,800 mAh (รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายและชาร์จเร็ว)อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าสนใจก็คือในเรื่องของความร้อนที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน ที่ถึงแม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ ออกมาว่ารุ่นใดจะร้อนกว่ากัน แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยผู้ใช้งานเบาใจได้คือการที่ Galaxy S7 มีท่อหล่อเย็นขนาด 0.4 มิลลิเมตรในการระบายความร้อน
นอกจากนี้ทาง Galaxy S7 ยังรองรับการสนับสนุน Vulkan API ซึ่งจะช่วยให้การประมวลผลกราฟฟิก ทำได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงประหยัดพลังงานมากขึ้น
6. ด้านระบบเชื่อมต่อ
ทั้งสองรุ่นก็จะรองรับการเชื่อมต่อที่มีเหมือนกันคือ 3G, 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, NFC, Bluetooth 4.2 ส่วนสิ่งที่แตกต่างคือด้าน MicroUSB ที่ทาง LG G5 จะใช้พอร์ต Type-C แต่ด้านซัมซุงเป็นพอร์ต USB 2.0 เท่านั้น
ในส่วนของการชาร์จแบตเตอรี่ทั้งคู่รองรับเทคโนโลยีเดียวกันคือ Quick Charge 3.0 แต่ Galaxy S7 รองรับการชาร์จไร้สายเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น
7. ด้านกล้องดิจิตอล
ต้องบอกว่าทั้งสองแบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์กล้องดิจิตอลออกมาชูเป็นจุดเด่นกันอย่างไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว โดยเรามาเริ่มจากฝั่งของ LG กันก่อน
สำหรับ G5 ยังคงเดินหน้าสานต่อเรื่องของ Dual Camera อยู่โดยกล้องตัวแรกมาพร้อมความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ให้มุมมอง 78 องศา และกล้องรองก็มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กับมุมมอง 135 องศา กล่าวคือทางแอลจีระบุว่ากล้องทั้งสองตัวจะช่วยเก็บรายละเอียดของภาพครบทุกมุมมอง พร้อมทั้งช่วยให้บันทึกภาพในรูปแบบภูมิทัศน์, อาคารสูง, กลุ่มผู้คนขนาดใหญ่ง่ายขึ้น ลูกเล่นอย่าง Pop-out Picture, Film Effect, Auto Shot เป็นต้น
ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
ตัวอย่างภาพถ่ายจากเว็บไซต์ Phandroid.com
ส่วน Samsung Galaxy S7 เป็นไปตามข่าวลือที่จะลดจำนวนความละเอียดลง แต่เพิ่มจุดไมครอนให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ภาพรับแสงได้ดีขึ้น เพราะถ้าหากยังใช้กล้องที่มีความละเอียดสูงเช่นเดิมก็จะทำให้ไฟล์ภาพที่ได้นั้นมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่
ส่วนกล้องหลังมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกว่า Dual Pixel กล่าวคือจะมีการแยกจุดพิกเซลในเซ็นเซอร์รับภาพออกเป็น 2 โฟโต้ไดโอด หรือแยกแสงด้านซ้าย-ขวาในทุกจุดพิกเซลทั้งหมด 100% ทำให้โฟกัสได้เร็วและแม่นยำมากกว่าแบบ Phase Detection
นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว หรือ OIS รวมถึงรูรับแสงที่กว้างขึ้นถึง F/1.7
ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และรูรับแสง F/1.7
ตัวอย่างภาพถ่ายจากเว็บไซต์ Samsung.com
8. ด้านราคาและวันวางจำหน่าย
สำหรับ LG G5 เหล่าสาวกในบ้านเราก็คงต้องทำใจหน่อยครับ เนื่องจากว่าการตลาดของแบรนด์ดังกล่าวขอหยุดพักการทำธุรกิจไว้ชั่วคราว จึงทำให้ไม่มีการวางจำหน่ายเกิดขึ้น ดังนั้นอาจต้องใช้วิธีหิ้ว หรือซื้อตามช่องทางออนไลน์เท่านั้น
สุดท้ายเรามาลองแสดงความคิดเห็นกันหน่อยครับว่า ทั้งสองแบรนด์กับสองสมาร์ทโฟน Flagship รุ่นใหม่นี้ ใครชนะเลิศครับด้านความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่
วันที่ : 27 กุมภาพันธ์ 2559
realme 16 Series 5G สัมผัสกล้องพอร์เทรต 200MP หนึ่งเดียวในเซกเมนต์ และแบต 7000mAh7 ชั่วโมงที่แล้ว
realme C100 Series 5G อัดสเปกแบต 7,000mAh ทนทานระดับ Military Grade8 ชั่วโมงที่แล้ว
vivo Pad 6 Pro แท็บเล็ตเรือธง Snapdragon 8 Elite Gen 5 หน้าจอคมชัดระดับ 4K9 ชั่วโมงที่แล้ว
HUAWEI จัดงาน Mate 80 Pro Special Pick-Up Event พร้อมมอบประสบการณ์รับเครื่องสุดเอ็กซ์คลูซีฟ12 ชั่วโมงที่แล้ว
Samsung เปิดตัวแล็ปท็อป AI PC สเปกสุดล้ำ Galaxy Book6 Series อย่างเป็นทางการ17 ชั่วโมงที่แล้ว
Samsung Galaxy A37 5G สมาร์ตโฟนทางเลือก สเปคน้อยลง แต่ฟังก์ชั่นใช้งานยังครบ
Samsung Galaxy A57 5G สมาร์ตโฟนมหาชน กล้องหลัง 3 ตัว 50MP ถ่ายวิดีโอชัดระดับ 4K
รีวิว Samsung Galaxy S26 Ultra เสกภาพได้ตามต้องการด้วย Photo Assist การันตีความเนียนจาก Galaxy AI
รีวิว Samsung Galaxy A57 5G สุดยอดสมาร์ตโฟนบางเบาที่สุดในตลาด จัดเต็ม Exynos 1680 และ AI อัจฉริยะ...
Samsung Galaxy S26 Ultra สัมผัสความล้ำหน้าด้วย Privacy Display และขุมพลัง Galaxy AI!
Samsung Galaxy S20 FE ชุบชีวิตสมาร์ตโฟนจอแตกเป็นมินิพีซีเกมมิ่งงบประหยัดต่ำกว่า 3,xxx บาท
realme 16 5G ชูดีไซน์ Camera Bar พร้อม Selfie Mirror ครั้งแรกในอุตสาหกรรมถ่ายเซลฟีคุณภาพสูง
เปิดตัว AirPods Max 2 เวอร์ชันรีมาสเตอร์ อัปเกรดชิปฯ H2 พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนดีขึ้น 1.5 เท่า
POCO X8 Pro Series เปิดตัวในไทย พร้อมโปรแรง Early Bird ราคาเริ่มต้น 9,999 บาท
realme Pad 3 แท็บเล็ตราคากลางๆ ได้จอใหญ่ 11.61 นิ้ว ความละเอียด 2.8K อัดแน่นแบตเตอรี่ 12200mAh