www.siamphone.com
สมาร์ทโฟน (Smartphone) | วันที่ : 26 มิถุนายน 2561
หลายปีที่ผ่านมาคำว่า "Screen-to-body ratio" หรือสัดส่วนพื้นที่หน้าจอ (ค่าเปอร์เซ็นต์การใช้พื้นที่ด้านหน้าของสมาร์ทโฟน) กลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญของการเลือกซื้อมือถือไปแล้ว และถือว่ามีการพัฒนามาอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่ปี โดยในบทความนี้ เราจะมาย้อนชมกันตั้งแต่ต้นว่ามีสมาร์ทโฟนแต่ละปีมีการพัฒนาไปอย่างไรบ้างในเรื่องนี้
2007 : BlackBerry Curve
เริ่มกันในปี 2007 ยุค BB ที่เปิดตัวอย่างร้อนแรงด้วยการเป็นมือถือปุ่มกด พิมพ์แชทสนุกอย่าง BlackBerry Curve ที่หลายคนคงใช้ห้อยคอ ขอ PIN กันเป็นว่าเล่น ซึ่งก็มีหน้าจอขนาดเล็กขนาด 2.5 นิ้ว พร้อมสัดส่วนหน้าจอ 30.1%
2007: iPhone
เปิดตัวตาม BlackBerry Curve มาติดๆ สำหรับ iPhone รุ่นแรกที่มาเขย่าวงการสมาร์ทโฟนให้เปลี่ยนไปตลอดกาล ด้วยหน้าจอระบบสัมผัสกว้าง 3.5 นิ้ว มีสัดส่วนหน้าจอ 52% โดย iPhone รุ่นนี้มาพร้อมขอบข้างที่หนามากทั้งด้านบนและด้านล่าง แต่ก็ถือว่าสุดยอดแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนในยุคนั้น
2008: HTC Dream (T-Mobile G1)
สมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม ปี 2008 นั่นก็คือ HTC Dream หรือ T-Mobile G1 สมาร์ทโฟนที่สามารถเลื่อนหน้าจอสัมผัสได้ในขนาด 3.2 นิ้ว พร้อมด้วยขอบหน้าจอและความความหนาของตัวเครื่องที่ค่อนข้างมาก ทั้งยังมีคีบอดร์ดสำหรับพิมพ์ข้อความอีกด้วย ขณะที่สัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 46.5%
2010: Samsung Galaxy S
ถือกำเนิดในปี 2010 สำหรับซีรี่ย์ตัวท็อปของแบรนด์ Samusung อย่างตระกูล Galaxy S ที่รุ่นแรกมาพร้อมหน้าจอ AMOLED กว้าง 4 นิ้ว ดดยมีสัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 58% ซึ่งใหญ่กว่า iPhone รุ่นแรกอยู่เล็กน้อย (52%)
2011: Samsung Galaxy Note
เริ่มพัฒนากันมาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ที่ถูกเรียกว่า "แฟบเล็ต" อย่างตระกูล Samsung Galaxy Note ในขนาดหน้าจอกว้าง 5.29 นิ้ว ซึ่งเมื่อเปิดตัวออกมาก็ได้รับกระแสวิพากย์วิจารย์ทั้งบวกและลบ เนื่องจากหน้าจอที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นด้วยสัดส่วนหน้าจอถึง 66.8% นั่นเอง
2013: LG G2
ในปี 2013 สมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอกว้างกว่า 5 นิ้ว เริ่มได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมากขึ้น เริ่มด้วยรุ่น LG G2 ด้วยขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมดีไซน์ที่มีความหนาของตัวเครื่องและขอบบางกว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น และทั้งหมดนี้ทำให้ LG G2 มีสัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 75.9%
2016: Xiaomi Mi MIX
ก้าวข้ามมาในปี 2016 สมาร์ทโฟนได้มีหลากหลายแบรนด์และหลายรุ่นที่เปิดตัวมากมาย ซึ่งบริษัทจากประเทศจีนก็เริ่มพัฒนาและเข้ามาเป็นคู่แข่งกับแบรนด์ดังอย่าง Apple และ Samsung โดยในครั้งนี้ก็เริ่มด้วย Xiaomi Mi MIX ด้วยดีไซน์สุดแหวกที่มีกล้องหน้าอยู่ทางมุมขวาล่าง และมีสัดส่วนหน้าจอกว้างถึง 83.6%
2017: Samsung Galaxy S8/S8+
การเปิดตัวของ Samsung Galaxy S8/S8+ ในปี 2017 ทำให้โลกได้รู้จักคำว่า Infinity Display เป็นครั้งแรก ด้วยดีไซน์จอโค้งขนาด 5.8 และ 6.2 นิ้วตามลำดับ ซึ่งขอบบน-ล่างที่บางทำให้ทั้ง 2 รุ่นนี้มีสัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 83.6%
2017: Essential Phone
ในปีเดียวกันนี้ ก็มาถึงสมาร์ทโฟนที่เริ่มเทรนด์หน้าจอรอยบากเป็นรุ่นแรกกันบ้างอย่าง Essential Phone ที่มีติ่งเล็กๆ เพื่อใช้งานกล้องอยู่ ดังนั้น ด้วยดีไซน์นี้ จึงทำให้ Essential Phone ที่มีหน้าจอกว้าง 5.71 นิ้ว นั้นมีสัดส่วนหน้าจอมากถึง 84.9% มากกว่า Samsung Galaxy S8 (ยังชนะ iPhone X ที่ทำได้ 82.9% อีกด้วย)
2018: Vivo Nex / Oppo Find X
2 รุ่นสุดท้ายที่เราจะพูดถึง คือ สมาร์ทโฟนจากแบรนด์ของประเทศจีนที่เพิ่งจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนไปได้ไม่นานมานี้ อย่าง Vivo Nex และ Oppo Find X โดยใช้ดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับคำว่าไร้ขอบมากที่สุดในขณะนี้ ซึ่ง Vivo Nex นั้นเคยเป็นรุ่นที่มีสัดส่วนหน้าจอมากที่สุดด้วย 91.24% ในขนาดหน้าจอ 6.59 นิ้ว แต่ในสัปดาห์ถัดมา Oppo Find X ก็เผยโฉม และทำสัดส่วนหน้าจอได้มากกว่าอยู่ที่ 93.8% ในขนาดหน้าจอ 6.42 นิ้ว
สำหรับ 2 รุ่นล่าสุด ทั้ง Vivo Nex และ Oppo Find X นี้ ได้เปลี่ยนดีไซน์ของสมาร์ทโฟนที่เคยมีให้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง โดย Vivo Nex มีกล้องหน้าแบบ Pop-up เด้งขึ้นมาจากส่วนบนของตัวเครื่องเมื่อเข้าใช้งาน ซึ่งระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือและลำโพงสำหรับสนทนาได้ฝังอยู่ใต้หน้าจอแสดงผล
ส่วน Oppo Find X นั้นได้ใส่กล้องหน้า-หลัง พร้อมกับระบบสแกนใบหน้า 3 มิติและเซ็นเซอร์ทั้งหมดไว้ใน Pop-up โดยไม่มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
สุดท้ายนี้ ก็เกิดคำถามขึ้นมาอย่างแน่นอนว่าอีกนานแค่ไหนกันกว่าเราจะได้เห็นสมาร์ทโฟนที่มีสัดส่วนหน้าจอเต็ม 100% เสียที ซึ่งเราก็เชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทางผู้ผลิตและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในมือจะทำให้เราได้เห็นกันอย่างแน่นอน
ที่มา : www.androidauthority.com วันที่ : 26 มิถุนายน 2561
Redmi A7 Pro สมาร์ตโฟน Entry ราคา 3 พันบาทต้นๆ ได้หน้าจอ 120Hz กับแบตเตอรี่ 6000mAh4 ชั่วโมงที่แล้ว
ไม่อยากเลือกพาร์ทเนอร์ Cloud พลาด? รู้จัก AWS SMB Competency ตัวช่วยการันตีเพื่อ SME6 ชั่วโมงที่แล้ว
รีวิว HONOR Pad X8b แท็บเล็ตแบตอึดจัด 10,100mAh สนุกได้ยาวนานข้ามวัน9 ชั่วโมงที่แล้ว
3 เหตุผลเด่นที่ทำให้หูฟัง HUAWEI FreeClip 2 เป็นผู้นำตลาดหูฟัง Open Ear ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้แบบไม่เหมือนใคร12 ชั่วโมงที่แล้ว
สมาร์ตโฟน realme งบ 5,000 และ 10,000 รุ่นไหนดี ปี 2026 รุ่นไหนคุ้มสุด ใช้ยาวได้จริง!20 ชั่วโมงที่แล้ว
Redmi A7 Pro สมาร์ตโฟน Entry ราคา 3 พันบาทต้นๆ ได้หน้าจอ 120Hz กับแบตเตอรี่ 6000mAh
สมาร์ตโฟน realme งบ 5,000 และ 10,000 รุ่นไหนดี ปี 2026 รุ่นไหนคุ้มสุด ใช้ยาวได้จริง!
Infinix เปิดตัว Infinix NOTE 60 Series สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่
รีวิว realme C100 5G มือถือจอมแกร่ง ตัวตึงรุ่นเริ่มต้น แบตเตอรี่ 7000mAh อึดข้ามวัน ทนทานขั้นสุดร...
TECNO Spark 50 5G สมาร์ตโฟน 5G เน้นความทนทาน แบตเตอรี่ใหญ่ 6500mAh ชาร์จเร็ว 45W
realme C100 Series 5G อัดสเปกแบต 7,000mAh ทนทานระดับ Military Grade
สมาร์ตโฟน Xiaomi รุ่นไหนดี 2026 รวม 5 รุ่นน่าซื้อ สเปคแรง กล้องดี คุ้มค่า
realme Buds T500 Pro หูฟังไร้สาย TWS เคสสวยทรงกล่อง ตัดเสียงรบกวนเยี่ยม 50 เดซิเบล
POCO X8 Pro Series เปิดตัวในไทย พร้อมโปรแรง Early Bird ราคาเริ่มต้น 9,999 บาท
POCO C85x สมาร์ตโฟน 5G ซีรี่ย์เริ่มต้น ได้หน้าจอลื่นๆ รีเฟรช 120Hz กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6300mAh
5 สมาร์ตโฟนเน้นแบตฯ อึด ใช้งานได้ข้ามวัน สำหรับสายเดินทาง ประจำเดือนมีนาคม 2026