www.siamphone.com
สมาร์ทโฟน (Smartphone) | วันที่ : 12 ตุลาคม 2561
เชื่อว่าตอนนี้หลายคนกำลังหาข้อมูลในการตัดสินใจซื้อ iPhone รุ่นใหม่ที่เตรียมจะเข้ามาวางจำหน่ายในไทย ไม่ว่าจะเป็น iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR ซึ่งการเตรียมตัวหลักๆ ของคนที่จะซื้อ iPhone เครื่องใหม่ก็มีอยู่ 2 สิ่งใหญ่ คือ เลือกซื้อเครื่องเปล่า หรือเครื่องติดสัญญากับเครือข่าย โดยแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน โดยต้องคำนึกถึงการใช้งานของตนเองเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนการโทรในแต่ละเดือน หรือการเล่นโซเชียล ใช้งานอินเตอร์เน็ตมากน้อยเพียงใด เชื่อว่าแต่ละคนต้องเลือกซื้อเครื่องที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองอย่างแน่นอน
อธิบายง่ายๆ ให้เข้าใจสำหรับเครื่องเปล่า ก็เครื่องที่ขายขาด ไม่ติดสัญญา ซื้อแล้วจบ วางขายโดยตัวแทนจำหน่ายทั้งของแบรนด์เอง หรือร้านค้าที่ร่วมรายการ เป็นการขายเครื่องอย่างเดียว ไม่มีการพ่วงแพ็คเกจของรายเดือน เรียกว่าซื้อเครื่อง จ่ายเงิน ถ้ามีโปรโมชั่นก็เลือกตามที่ชอบ แล้วจบนำเครื่องไปใส่ซิมใช้งานได้ทันที ซึ่งเครื่องเปล่าเหล่านี้จะมีวางขายกับหลายตัวแทน ไม่ว่าจะเป็น PowerBuy, BananaIt, JayMart หรือแม้ทางเครือข่ายเอง อย่าง AIS, true, dtac ก็จะมีเครื่องเปล่าที่ไม่ติดสัญญาวางจำหน่ายเช่นกัน แต่ทางเครือข่ายจะไม่มีโปรโมชั่นดึงดูดใจเหมือนขายเครื่องติดสัญญา
ส่วนเครื่องติดสัญญา จะเป็นการวางขายกับเครือข่ายหลักๆ ในประเทศไทย ทั้งทาง AIS, true และ dtac ซึ่งจะมีโปรโมชั่นดึงดูดใจ เน้นไปที่ผู้ต้องการย้ายเครือข่าย เปลี่ยนเบอร์ โดยที่มีข้อผูกมันในการซื้อเครื่องจะต้องผูกมัดกับรายเดือนที่ต้องจ่ายเป็นประจำ ไม่สามารถเพิ่ม หรือลดได้ โดยที่หนึ่งเบอร์ที่เลือกซื้อเครื่องกับเครือข่ายนั้นๆ ต้องใช้งานและจ่ายราคานี้เป็นประจำถึง 12 เดือน
ใครเหมาะกับเครื่องประเภทไหน!!
เครื่องเปล่าแบบไม่ติดสัญญา แน่นอนว่าไม่มีข้อผูกมัด ซื้อแล้วจ่ายเพียงครั้งเดียวก็ได้เครื่องมาให้ ทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูงในการเลือกใช้เครือข่ายที่ต้องการ และแพ็กเกจรายเดือน หรือเต็มเงินที่ได้อิสระในการใช้งาน สามารถปรับเปลี่ยน เพิ่ม หรือลดค่ารายเดือนที่ใช้ได้ตลอด เพราะเนื่องจากการซื้อเครื่องเปล่าไม่มีสิ่งผูกมัด ทั้งยังเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก อยากใช้เบอร์เดิม โดยที่คิดว่าเบอร์และแพ็กเกจที่ใช้อยู่ดีอยู่แล้ว
ถ้าหากคิดว่าการซื้อเครื่องเปล่าจะต้องจ่ายในราคาเต็มและแพงกว่าเครื่องติดสัญญา ก็ไม่เสมอไป เนื่องจากปัจจุบันการซื้อเครื่องแล้วจ่ายเต็ม ตามบัตรเครดิตต่างๆ จะมีส่วนลด หรือจะได้คืนในรูปแบบแคชแบ็ค นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นๆ อีกมากมาย เช่น สามารถซื้อเครื่องแล้วผ่อน 0% ได้ตั้งแต่ 4 เดือน ขึ้นไปจนถึงมากสุด 24 เดือน
ยกตัวอย่างกรณีซื้อเครื่องเปล่าของ iPhone X รุ่น ความจุ 64GB ราคาเครื่องเต็ม 35,500 บาท โดยแพ็กเกจเดิมที่ใช้เป็นรายเดือน 699 บาท ซื้อเครื่องผ่อน 0% นาน 10 เดือน และจ่ายรายเดือนๆ ละ 699 บาท เท่ากับว่าเดือนนึงต้องจ่ายค่าเครื่องรวมรายเดือนอยู่ที่ 4,249 บาท
ส่วนเครื่องที่ติดสัญญาเหมาะกับใคร
การเลือกซื้อเครื่องที่ติดสัญญาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก อาจจะเหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนเบอร์ ย้ายเครือข่าย หรือผู้ที่ต้องการใช้แพ็กเกจรายเดือนไปอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่มีความยืดหยุ่น เนื่องจากเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จนกว่าจะอยู่ครบสัญญา 1 ปี ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งโปรโมชั่นที่ได้ดึงดูดผู้ที่ใช้งานแบบเดิมๆ ตลอดเวลา เช่น เดือนๆ นึง ต้องการโทรแค่ตามจำนวนนาทีที่แพ็กเกจกำหนดมา และใช้งานอินเตอร์เน็ตเท่าที่มีในเครือข่าย
ยกตัวอย่างสำหรับเครื่อง iPhone X รุ่น ความจุ 64GB ราคาเครื่องเต็ม 35,900 บาท (ของเครือข่าย) มีจุดเด่นคือราคาเครื่องไม่สูง ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ได้ส่วนลดเพิ่มอีก 8,000 บาท โดยที่จะได้ iPhone X ราคาถูกที่สุดเพียง 27,900 บาท เท่านี้คิดว่าหมดแล้วหรือ คุณยังต้องใช้งานแพ็กเกจ 1,499 บาทขึ้นไปถึงจะได้เป็นเจ้าของในราคานี้ แถมยังต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้าอีก 4,280 บาท (นำมาเป็นส่วนลดได้เดือนละ 400 บาท นาน 10 เดือน) สรุปแล้วต้องจ่ายทั้งสิ้น 32,180 บาท หากแบ่งจ่าย 0% นาน 10 เดือน เท่ากับว่าต้องจ่าย ค่าเครื่อง 2,790 บาท + รายเดือน 1,499 บาท (นำส่วนลดมาหัก 400) จ่ายต่อเดือน 3,889 บาท (10 เดือน) อีก 2 เดือนต้องจ่าย 4,289 บาท
สรุปแล้วหากเทียบกันดู ระหว่างซื้อเครื่องเปล่าต้องจ่ายเดือนละ 4,249 บาท และซื้อเครื่องติดสัญญา ต้องจ่ายเดือนละ 3,889 บาท ( 10 เดือน) และ 4,289 ( 2 เดือน) ซึ่งอาจจะดูว่าห่างกันไม่มาก แถมได้โทรเยอะ เน็ตเยอะ แต่หารู้ไม่ว่า แต่คุณโดนผูกมัดไปจนครบ 12 เดือน ถึงมีสิทธิได้เลือกแพ็กเกจใหม่ แต่หากการซื้อเครื่องเปล่า คุณสามารถเพิ่ม หรือลดแพ็กเกจการใช้งานให้เหมาะกับตนเองได้ ไม่มีข้อผูกมันทางสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับข้อมูล หลายท่านคงใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้ว่าแบบไหนดี หรือคุ้มค่าเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด เพื่อความพร้อมในการเลือกซื้อ iPhone รุ่นใหม่ก่อนใคร
วันที่ : 12 ตุลาคม 2561
รีวิว realme C100 5G มือถือจอมแกร่ง ตัวตึงรุ่นเริ่มต้น แบตเตอรี่ 7000mAh อึดข้ามวัน ทนทานขั้นสุดระดับ Military-Grade1 ชั่วโมงที่แล้ว
TECNO Spark 50 5G สมาร์ตโฟน 5G เน้นความทนทาน แบตเตอรี่ใหญ่ 6500mAh ชาร์จเร็ว 45W5 ชั่วโมงที่แล้ว
Songkran Sales โปรแรงรับสงกรานต์กับหน้าจอเกมมิ่งตัวท็อป Odyssey OLED G9 (G95SD)11 ชั่วโมงที่แล้ว
realme 16 Series 5G สัมผัสกล้องพอร์เทรต 200MP หนึ่งเดียวในเซกเมนต์ และแบต 7000mAh19 ชั่วโมงที่แล้ว
realme C100 Series 5G อัดสเปกแบต 7,000mAh ทนทานระดับ Military Grade21 ชั่วโมงที่แล้ว
iPhone 17e รุ่นราคาเอื้อมถึง มาพร้อมความแรงชิป A19 แถมรองรับ MagSafe ในตัว
iPhone Fold Ultra พลิกโฉมตลาดจอพับด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงสุดและโครงสร้างไทเทเนียมในราคาทะลุแปดหมื่...
รีวิว realme C100 5G มือถือจอมแกร่ง ตัวตึงรุ่นเริ่มต้น แบตเตอรี่ 7000mAh อึดข้ามวัน ทนทานขั้นสุดร...
TECNO Spark 50 5G สมาร์ตโฟน 5G เน้นความทนทาน แบตเตอรี่ใหญ่ 6500mAh ชาร์จเร็ว 45W
realme C100 Series 5G อัดสเปกแบต 7,000mAh ทนทานระดับ Military Grade
HUAWEI จัดงาน Mate 80 Pro Special Pick-Up Event พร้อมมอบประสบการณ์รับเครื่องสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
vivo X300 Ultra ครบเครื่องเรื่องกล้องบนสมาร์ตโฟน ตัวสุดตัวจบ Snapdragon 8 Elite Gen 5
POCO C85x สมาร์ตโฟน 5G ซีรี่ย์เริ่มต้น ได้หน้าจอลื่นๆ รีเฟรช 120Hz กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6300mAh
OPPO Find N6 สมาร์ตโฟนจอพับที่รอยพับแทบมองไม่เห็น เรียบกว่า อิสระกว่า ทรงพลังทุกมิติ
Nothing Phone (4a) Series พร้อมขายในไทย กับสมาร์ตโฟนดีไซน์เอกลักษณ์ เน้นพลังซูมมากขึ้น
OnePlus Nord Buds 4 Pro หูฟังไร้สาย TWS รองรับ ANC พร้อมแบตเตอรี่ใช้รวม 54 ชั่วโมง