www.siamphone.com

ข่าว

DJI Romo หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวแรกจาก DJI สเปคจัดเต็ม ดีไซน์แปลกตา น่าใช้แค่ไหน?

หุ่นยนต์ (Robot)   |   วันที่ : 30 สิงหาคม 2568

เป็นเรื่องจนได้ DJI เจ้าพ่อวงการโดรนที่ทุกคนรู้จักดี ขอโดดลงมาเล่นในสนามรบหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เปิดตัว DJI Romo ครั้งแรกของแบรนด์ ที่ไม่ได้มาเล่นๆ แต่พกเอา DNA เทคโนโลยีโดรนสุดล้ำมาใส่ไว้เต็มๆ แถมยังมาพร้อมดีไซน์ใสโปร่งแสงสุดแหวกแนวที่เห็นไส้ในทุกซอกทุกมุม

นี่ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาด Smart Home อย่างเต็มตัวของ DJI ที่ก่อนหน้านี้ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์จากโดรนไปสู่สินค้าอื่นๆ มากมาย ทั้งกล้องแอ็กชัน, กิมบอลกันสั่น, อุปกรณ์สำหรับวงการภาพยนตร์ ไปจนถึงสถานีชาร์จพกพาและจักรยานไฟฟ้า การมาของ Romo จึงเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่น่าจับตามอง

หลังจากสร้างเสียงฮือฮาด้วยกล้องแอ็กชัน 360 องศาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุด DJI ก็ทำให้วงการต้องหันมามองอีกครั้งกับการเปิดตัวหุ่นยนต์ทำความสะอาดอัจฉริยะ DJI Romo ที่เปิดตัวพร้อมกันถึง 3 รุ่นย่อย คือ Romo S, Romo A และตัวท็อปอย่าง Romo P ที่มาในดีไซน์ใสทั้งตัวเครื่องและแท่นชาร์จ

ยกเทคโนโลยีโดรนมาไว้บนพื้น

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Romo แตกต่างจากคู่แข่ง คือการนำเทคโนโลยีที่ใช้ในโดรนมาปรับใช้กับการนำทางและการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง DJI ระบุว่า Romo ใช้เซนเซอร์ภาพแบบ Fisheye คู่ทำงานร่วมกับเลเซอร์เซนเซอร์มุมกว้าง 3 ตัว และอัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องทำให้มันสามารถตรวจจับและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางเล็กๆ อย่างสายชาร์จที่บางเพียง 2 มม. ได้อย่างแม่นยำ

เท่านั้นยังไม่พอ มันยังฉลาดพอที่จะเลือกวิธีการทำความสะอาดตามประเภทของสิ่งกีดขวางที่เจอ เช่น จะพยายามเข้าไปทำความสะอาดให้ชิดที่สุดกับขาโต๊ะหรือสายไฟ แต่จะเว้นระยะห่างจากถุงเท้าหรือปัสสาวะสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันการเข้าไปติดหรือทำให้เรื่องยุ่งกว่าเดิม

พลังดูดจัดเต็ม ฟังก์ชันครบเครื่อง

ในแง่ของประสิทธิภาพการทำความสะอาด Romo ให้พลังดูดมาสูงถึง 25,000Pa ซึ่งแรงกว่า Roomba Max 705 รุ่นล่าสุดเกือบเท่าตัว มาพร้อมแปรงลูกกลิ้งคู่ที่ออกแบบมาเพื่อลดการพันของเส้นผม, แขนแปรงปัดฝุ่นด้านข้างที่ยืดหดได้ และแผ่นถูพื้นแบบหมุนคู่ที่สามารถยกตัวเองขึ้นอัตโนมัติเมื่อตรวจเจอพรม

ที่น่าสนใจคือ หาก Romo ตรวจเจอเศษขยะอย่างอาหารแมวที่ตกอยู่ มันจะลดความเร็วในการเคลื่อนที่และลดความเร็วแปรงลงเพื่อไม่ให้เศษขยะกระจาย พร้อมกับเพิ่มพลังดูดสูงสุดเพื่อเก็บทุกเม็ดให้สิ้นซาก

ฟีเจอร์เสริมสุดล้ำและความเป็นส่วนตัว

นอกเหนือจากความสามารถในการทำความสะอาดแล้ว DJI Romo ยังมาพร้อมฟังก์ชันเพิ่มเติมที่น่าสนใจ:

  • โหมดกล้องวงจรปิดเคลื่อนที่: คุณสามารถควบคุม Romo จากระยะไกลเพื่อสอดส่องดูแลบ้าน, สัตว์เลี้ยง หรือแม้กระทั่งพูดคุยโต้ตอบกับคนในบ้านได้แบบเรียลไทม์ผ่านกล้องและลำโพงที่ติดมากับตัวเครื่อง
  • สั่งงานง่ายๆ ด้วยเสียง: Romo ทุกรุ่นรองรับการสั่งงานด้วยเสียง ทำให้คุณสามารถสั่งให้มันไปทำความสะอาดพื้นที่ที่ต้องการได้อย่างสะดวกสบายผ่านลำโพงอัจฉริยะ
  • ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน: ทุกการตั้งค่าและการแจ้งเตือนอัจฉริยะจะถูกส่งตรงไปยังแอปพลิเคชัน DJI Home ที่ให้คุณควบคุมการทำงานจากระยะไกล และดูภาพวิดีโอจากตัวหุ่นยนต์ได้ พร้อมการตั้งค่าเข้ารหัสเพื่อความเป็นส่วนตัว
  • ปลอดภัยไร้กังวล: เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด แผนที่และเส้นทางการทำความสะอาดทั้งหมดจะถูกบันทึกและจัดเก็บไว้ในตัวหุ่นยนต์โดยตรง ไม่ได้ส่งขึ้นไปบนคลาวด์

ดีไซน์สุดล้ำและแท่นชาร์จอัจฉริยะ

ตัวดีไซน์ใสแบบ Jellyfish ของรุ่นท็อปไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อแยกส่วนประกอบภายในออกจากส่วนที่ผู้ใช้ต้องสัมผัส ทำให้มันดูเหมือนหุ่นยนต์จากโลกอนาคตอย่างแท้จริง

ส่วนแท่นชาร์จอัจฉริยะก็เป็นมากกว่าแค่ที่เก็บฝุ่น เพราะมันทำหน้าที่ดูแลตัวเองครบวงจร ตั้งแต่การซักผ้าถู, เติมน้ำ, ไปจนถึงการฆ่าเชื้อด้วยเทคโนโลยีซิลเวอร์ไอออน (Silver ion tech) และแผ่นกรอง UV พร้อมระบบปิดที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเมื่อแบตเตอรี่หมด Romo จะกลับไปชาร์จไฟที่แท่นด้วยระบบชาร์จเร็ว 55W ซึ่งใช้เวลาเพียง 2.5 ชั่วโมงก็พร้อมกลับมาทำงานต่อได้ทันที

นี่คือดีไซน์ที่แปลกตาและไม่เคยมีใครทำมาก่อนในวงการ แต่ก็เป็นคำถามที่น่าคิดว่า เมื่อใช้งานไปนานๆ ความใสนี้จะยังคงสวยงามอยู่หรือไม่ หรือจะกลายเป็นตู้โชว์คราบฝุ่นและความสกปรกเสียเอง คงต้องรอดูบทพิสูจน์จากผู้ใช้งานจริงอีกที

นอกจากนี้ ในรุ่นท็อป Romo P ยังมีช่องใส่น้ำยาทำความสะอาดเพิ่มเติม ที่สามารถตั้งค่าให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะในห้องน้ำ หรือใช้น้ำยาขจัดคราบไขมันเฉพาะในห้องครัวได้อีกด้วย

การวางจำหน่ายและราคา

ในช่วงแรก DJI Romo จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนก่อน โดยมีราคาดังนี้:

  • Romo S และ A: 4,699 หยวน (ประมาณ 24,xxx บาท)
  • Romo P (รุ่นใส): 6,799 หยวน (ประมาณ 34,xxx บาท)

อ้างอิงจากเว็บไซต์ DroneDJ คาดว่าจะมีการเปิดตัวในตลาดโลกช่วงปลายปีนี้ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยหรือไม่ และราคาจะเป็นเท่าไหร่

การที่ DJI นำเทคโนโลยีโดรนที่ตัวเองเชี่ยวชาญอย่างยิ่งยวด มาใส่ในหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจและอาจเป็นการสั่นสะเทือนวงการครั้งใหญ่ การตั้งราคาในระดับนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า DJI ตั้งใจจะลงมาท้าชนกับแบรนด์ระดับท็อปอย่าง Roborock, Ecovacs และ iRobot โดยตรง ซึ่งการนำทางที่แม่นยำขั้นสูงอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้คู่แข่งต้องหันกลับมามองตัวเอง นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก็เป็นได้

แหล่งที่มา dronexldronedj

วันที่ : 30 สิงหาคม 2568

14
อ่าน

แบ่งปันบทความ

ข่าวล่าสุด

ไฮไลท์ข่าว

หมวดข่าว

None AMP version