ข่าวเทคโนโลยี » อุปกรณ์สวมใส่

ตามรายงานการวิจัยล่าสุดจาก Berg Insight บริษัทวิเคราะห์การตลาดและธุรกิจอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเผยว่า ยอดขายของแว่นตาอัจฉริยะ (smart glasses), นาฬิกาอัจฉริยะ (smart watches) และอุปกรณ์สวมใส่เพื่อติดตามการออกกำลังกาย (wearable fitness trackers) เพิ่มสูงขึ้นถึง 8,300,000 เครื่องในทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 3,100,000 เครื่อง และคาดว่าจะมียอดขายสูงถึง 64,000,000 เครื่องภายในปี 2017

ปัจจุบันอุปกรณ์สวมใส่เพื่อติดตามการออกกำลังกายได้รับความนิยมในวงกว้าง และมีการทำนายว่าในอนาคตนาฬิกาอัจฉริยะจะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่เทียบเท่ากันและจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไม่ช้า

"ด้วยการผสานนวัตกรรมใหม่ การเชื่อมต่อไร้สายโดยใช้พลังงานต่ำ เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ พื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ บริการคลาวด์ ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่รองรับการสั่งการด้วยเสียง และประสิทธิภาพการทำงานที่ใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์พกพาจะถูกนำมารวมกันและปูทางไปสู่อนาคตของเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่" Johan Svanberg นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Berg Insight กล่าว โดยอุปกรณ์รุ่นแรกๆ ถูกส่งไปชิมลางผู้บริโภคในตลาดบางแห่งเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กระแสตอบรับ แต่การปรับแต่งดีไซน์ เทคโนโลยี และการเชื่อมต่อจะช่วยให้สามารถขยายช่องทางการจำหน่ายไปยังตลาดอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว และหนึ่งในอุปกรณ์ที่น่าสนใจที่สุดคือนาฬิกาข้อมือซึ่งสืบเนื่องมาจากความสำเร็จของ Pebble smart watch และนาฬิกาข้อมือที่สามารถติดตามการออกกำลังกายอีกหลายๆ รุ่น เช่น Nike Fuelband และ Fitbit Flex

"อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ในปัจจุบันต้องวิวัฒนาการให้เป็นมากกว่าอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายหรือเครื่องมือแจ้งเตือนที่ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนถึงจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง" Svanberg คาดว่าเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนมาเป็นอุปกรณ์ที่ประมวลผลได้เองในตัวภายในระยะเวลาอันใกล้ นอกจากนี้อุปกรณ์เหล่านี้น่าจะทำงานใกล้ชิดและประสานกับร่างกายพร้อมทั้งสามารถช่วยเหลือผู้สวมใส่ได้มากกว่าการเป็นสมาร์ทโฟนย่อส่วน

Google, Sony และ Samsung ได้เปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่ออกมาแล้วและผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นอย่าง Apple และ LG ก็ได้รับการคาดหมายว่าจะส่งอุปกรณ์ของตัวเองลงตลาดในเร็วๆ นี้เช่นกันเพื่อเพิ่มความหลากหลายในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ "มันยังไม่แน่นอนว่าเส้นบรรทัดที่กำหนดมาตรฐานของอุปกรณ์เหล่านี้จะถูกขีดไว้ที่ตรงไหน แต่ผู้ใช้งานทั่วไปรวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ควรมีส่วนรับผิดชอบและไม่นำเทคโนโลยีสวมใส่เหล่านี้ไปใช้งานในทางที่ผิด" Svanberg สรุป