ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

สรุปราคาไทย iPhone 12 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ Apple iPhone 12 Series โดยคราวนี้มาพร้อมกันมากถึง 4 รุ่น 4 สไตล์ ได้แก่ iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ที่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และทุกรุ่นรองรับ 5G แล้ว เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งการก้าวกระโดดอย่างแท้จริง รายละเอียดทุกอย่างที่ต้องรู้ ในบทความนี้ได้รวบรวมไว้ให้แล้ว ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วน อยากรู้เรื่องไหนก่อน จิ้มได้เลย ที่ด้านล่าง 👎

สรุปสเปค+ราคาเปิดตัว iPhone 12 ทุกรุ่น


*** อัพเดตล่าสุด 10 พฤศจิกายน 2563 ***

สรุปราคาวางจำหน่าย iPhone 12 ทุกรุ่น

iPhone 12 mini

  • iPhone 12 mini ความจุ 64GB ราคา 25,900 บาท
  • iPhone 12 mini ความจุ 128GB ราคา 27,900 บาท
  • iPhone 12 mini ความจุ 256GB ราคา 31,900 บาท

iPhone 12

  • iPhone 12 ความจุ 64GB ราคา 29,900 บาท
  • iPhone 12 ความจุ 128GB ราคา 31,900 บาท
  • iPhone 12 ความจุ 256GB ราคา 35,900 บาท

iPhone 12 Pro

  • iPhone 12 Pro ความจุ 128GB ราคา 36,900 บาท
  • iPhone 12 Pro ความจุ 256GB ราคา 40,900 บาท
  • iPhone 12 Pro ความจุ 512GB ราคา 48,900 บาท

iPhone 12 Pro Max

  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 128GB ราคา 39,900 บาท
  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 256GB ราคา 43,900 บาท
  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 512GB ราคา 51,900 บาท

Apple iPhone 12 mini / Apple iPhone 12

  • ดีไซน์ของตัวเครื่อง

ความแตกต่างของทั้งสองรุ่นข้างต้น คือ ขนาดตัวเครื่องและขนาดหน้าจอเท่านั้น โดยดีไซน์จะเหมือนกันเลย เริ่มจากมีน้ำหนักเบากับขนาดตัวเครื่องที่บางขึ้นทำให้เล็กกะทัดรัดจับถือถนัดมากกว่าเดิม คล้ายๆ จิ๋วแต่แจ๋ว ส่วนของหน้าจอแสดงผลมีการทำเทคโนโลยีเซรามิกเข้ามาเป็นส่วนผสมกับกระจกทำให้มีความแข็งแรงทนทานกว่ากระจกทั่วไป เคลมว่าทนต่อการตกกระแทกได้ดีขึ้นถึง 4 เท่า พร้อมมองเห็นได้ชัดกว่า ส่วนขอบตัวเครื่องทั้งคู่ใช้ขอบอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศให้คุณสัมผัสได้ถึงความพรีเมียม เนื้อโลหะเดียวกัน บางเบา แต่แข็งแรง ไม่บิดเบี้ยว อีกทั้งตัวเครื่องด้านหลังมีลักษณะเงาวาว (Glossy) แต่ด้านข้างตัวเครื่องเป็นแบบด้าน นอกจากนี้ยังรองรับมาตรฐาน IP68 ด้วย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของแอปเปิ้ลรุ่นเล็ก เพราะเดิมๆ จากรองรับแค่มาตรฐาน IP67 เท่านั้น

  • ขนาดตัวเครื่อง, น้ำหนัก และขนาดหน้าจอ

Apple iPhone 12 mini

    • ขนาดตัวเครื่อง : 131.5 x 64.2 x 7.4 มม.
    • น้ำหนัก : 133 กรัม
    • หน้าจอแสดงผล : OLED-Super Retina XDR ขนาด 5.4 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล มีความหนาแน่นต่อพิกเซลอยู่ที่ 476ppi
    • ความน่าสนใจของรุ่นนี้คือ หากใครกำลังมองหาสเปกจัดหนักจัดเต็ม แต่หน้าจอแสดงผลกะทัดรัด ต้องเลือกรุ่นนี้ แม่ว้าหน้าจอใหญ่กว่าก็จริง แต่ขนาดตัวเครื่องยังเล็กกว่าในด้านความสูง ซึ่ง iPhone SE 2020 (สูง 138.4 มม.) ส่วนกว้างกับหนา ขนาดพอๆ กัน ไม่มีผลมากนัก

Apple iPhone 12

    • ขนาดตัวเครื่อง : 146.7 x 71.5 x 7.4 มม.
    • น้ำหนัก : 162 กรัม
    • หน้าจอแสดงผล : OLED-Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2532 x 1080 พิกเซล มีความหนาแน่นต่อพิกเซลอยู่ที่ 460ppi

ทั้งสองรุ่นสามารถรับรู้การสัมผัสที่หน้าจอแสดงผลแตกต่างกันได้ เพื่อฟีเจอร์การใช้งานในแต่ละประเภท โดยจะรองรับการแสดงผลภาพแบบ HDR ในแบบ Dolby Vision, HDR10, HLG ตอบโจทย์คอนเทนต์วิดีโอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการแสดงผลเฉดสีแบบ True Tone มีขอบเขตสีกว้างตามมาตรฐาน P3 และอัตราส่วนคอนทราสต์ 2,000,000:1 ให้ความสว่าง 625 นิต ส่วนสูงสุดที่ 1,200 นิต ซึ่งหน้าจอถูกเคลือบสารป้องกันรอยนิ้วมือไว้

ไฮไลท์อื่นที่น่าสนใจ คือ ชิปเซ็ตประมวลผลที่แรงเหมือนรุ่นพี่ นั่นคือ Apple A14 Bionic ถือว่าเป็นชิปเซ็ตที่แรงกว่าใครเพื่อนในขณะนี้ ในการประมวลผลของ CPU/GPU มีทรานซิสเตอร์ประมวลผลมากกว่า 11.8 พันล้านตัว หรือดีกว่า 40% เมื่อเทียบกับชิปเซ็ต Apple A13 รุ่นก่อน และยังเร็วแรงกว่าโดยรวมถึง 50% กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงสเตอริโอ โดยแบ่งเสียงเป็นลำโพงเหนือด้านบนหน้าจอและด้านล่างตัวเครื่อง พร้อมเทคโนโลยีเสียง Dolby ATMOS โดยตัวเครื่องมีระบบยืนยันตัวตนแบบ Face ID ด้วยเทคโนโลยี TrueDepth ที่ใช้กล้องหน้าเป็นตัวตรวจจับ

กล้องดิจิตอลที่ดีกว่าเคย Welcome to DarkSide !?

แม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กแต่แอปเปิ้ลได้ยัดฟีเจอร์การถ่ายภาพแสงน้อย / กลางคืน เข้ามาแล้ว ทั้งกล้องหลังและกล้องเซลฟี่ โดยได้ปรับแต่งให้เลนส์กล้องรับแสงได้มากกว่า 27% มีจุดรบกวนน้อยลง ด้วยหลักการ Deep Fusion ที่จะวิเคราะห์ภาพจากหลายค่าแสงทุกอณู เพื่อให้รายละเอียดสมจริงเป็นธรรมชาติด้วยการทำงานอัตโนมัติ

  • ทั้งสองรุ่นมีสเปกกล้องหลัง : ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ทั้งเลนส์กล้องอัลตร้าไวด์และไวด์ โดยเลนส์อัลตร้าไวด์มีรูรับแสง f/2.4 มุมมองการถ่ายภาพกว้าง 120 องศา รองรับการซูมภาพแบบออปติคอล 2 เท่า, ดิจิตอล 5 เท่า ประกอบด้วยชุดเลนส์ทั้งหมด 5 ชิ้น ส่วนเลนส์ไวด์มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS และมีชุดเลนส์ทั้งหมด 7 ชิ้น มาพร้อมเทคโนโลยี Deep Fusion ทั้งสองเลนส์กล้องทำให้คุณถ่ายภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งเลนส์กล้องจะถูกป้องกันโดยกระจกแซฟไฟร์ ส่วนการบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K แบบ 30/60 เฟรมต่อวินาที และ HDR - Dolby Vision แบบ 30 เฟรมต่อวินาที
  • กล้องหน้า : ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มีเทคโนโลยี Deep Fusion รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K/HDR - Dolby Vision

สเปกเพิ่มเติมของ Apple iPhone 12 mini / Apple iPhone 12

  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 14
  • หน่วยประมวลผล : ชิปเซ็ต Apple A14 Bionic
  • ระบบเชื่อมต่อ : 5G, 4G LTE, WiFi 6, Bluetooth 5.0, NFC, GPS, GLONASS, เข็มทิศดิจิตอล
  • รองรับการชาร์จไร้สายแบบ MagSafe 15 วัตต์ และ Qi 7.5 วัตต์
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็ว รองรับ แต่ต้องซื้ออะแดปเตอร์ต่างหาก
  • รองรับไฟล์วิดีโอ : HEVC, H.264, MPEG-4 Part 2 และ Motion JPEG
  • Face Time : ความละเอียดสูงสุด FullHD (1080p)

Apple iPhone 12 Pro / Apple iPhone 12 Pro Max

ในแง่ของการดีไซน์ตัวเครื่องจะมีลักษณะเหมือนกับรุ่นน้อง เพียงแต่ว่าขอบจอจะบางขึ้น ได้พื้นที่หน้าจอเต็มๆ แน่นอนว่าเลือกใช้กระจกเซรามิกด้วย แต่ขอบตัวเครื่องมีความทนทานสูงกว่าด้วยการเลือกใช้สเตนเลสเกรดเดียวกับที่ใช้ในผลิตเครื่องมือศัลยกรรม โดยมีมาตรฐาน IP68 นอกจากนี้ตัวเครื่องด้านหลังจะเป็นแบบด้านแทน และขอบตัวเครื่องมีความเงางาม ซึ่งตรงกันข้ามกับรุ่นน้อง มีทั้ง 4 สี คือ สีแปซิฟิกบลู, สีทอง, สีเงิน และสีกราไฟต์

ส่วนจุดเด่นอื่นๆ ก็มีเหมือนกับรุ่นน้อง โดยหน้าจอแสดงผลจะมีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้

Apple iPhone 12 Pro

    • ขนาดตัวเครื่อง : 146.7 x 71.5 x 7.4 มม.
    • น้ำหนัก : 187 กรัม
    • หน้าจอแสดงผล : OLED-Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2532 x 1170 พิกเซล มีความหนาแน่นต่อพิกเซลอยู่ที่ 460ppi

Apple iPhone 12 Pro Max

    • ขนาดตัวเครื่อง : 160.8 x 78.1 x 7.4 มม.
    • น้ำหนัก : 226 กรัม
    • หน้าจอแสดงผล : OLED-Super Retina XDR ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 2778 x 1284 พิกเซล มีความหนาแน่นต่อพิกเซลอยู่ที่ 458ppi

ทั้งสองรุ่นสามารถรับรู้การสัมผัสที่หน้าจอแสดงผลแตกต่างกันได้ เพื่อฟีเจอร์การใช้งานในแต่ละประเภท โดยจะรองรับการแสดงผลภาพแบบ HDR ในแบบ Dolby Vision, HDR10, HLG ตอบโจทย์คอนเทนต์วิดีโอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการแสดงผลเฉดสีแบบ True Tone มีขอบเขตสีกว้างตามมาตรฐาน P3 และอัตราส่วนคอนทราสต์ 2,000,000:1 ให้ความสว่าง 800 นิต ส่วนสูงสุดที่ 1,200 นิต ซึ่งหน้าจอถูกเคลือบสารป้องกันรอยนิ้วมือไว้

การประมวลผลทั้งสองรุ่นก็ใช้ชิปเซ็ต Apple A14 Bionic เช่นกัน...

กล้องดิจิตอลมีความแตกต่างสแกนได้แม้กระทั่งดาวอังคาร

ความโดดเด่นที่น่าสนใจคือ ทางแอปเปิ้ลได้นำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้ในเทคโนโลยีกล้องหลังของ Apple iPhone 12 Pro / Apple iPhone 12 Pro Max ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นาซ่านำมาใช้ในการสแกนพื้นที่เพื่อลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร ด้วยหลักการใช้งานแบบการสะท้อนแสงกลับมาของวัตถุ นั่นก็เพื่อการใช้งานฟีเจอร์ AR ที่สมจริงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยตรวจจับการโฟกัสในสภาวะแสงน้อยได้ดีมากขึ้นถึง 6 เท่า รายละเอียดของกล้องหลังมีดังต่อไปนี้....ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มีเทคโนโลยี Deep Fusion รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K/HDR - Dolby Vision

อย่างไรก็ตามในแง่ของสเปกเพิ่มเติมก็จะมีเหมือนกันกับ iPhone 11 ดังนั้นทั้ง 4 รุ่น (2 Part) สรุปความแตกต่างเป็นใจความสำคัญได้ว่า...

  1. ขนาดตัวเครื่องและน้ำหนัก
  2. ขนาดหน้าจอแสดงผล
  3. กล้องดิจิตอลหลัง

รู้หรือไม่! ด้วยแนวทางของแอปเปิ้ลและมลภาวะของโลกตอนนี้ ทำให้มีการเลิกแถมอะแดปเตอร์และชุดหูฟังแล้ว ไม่เพียงเฉพาะ iPhone 12 Series ทั้ง 4 รุ่น แต่ก็มีทั้ง iPhone SE 2020, iPhone 11 และ iPhone XR ด้วย

อุปกรณ์เสริม MagSafe คืออะไร

โดยไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะเคยใช้งานร่วมกับ MacBook มาก่อนแล้ว มากกว่า 10 ปี โดย MagSafe จะสามารถล็อกโทรศัพท์เข้ากับแท่นชาร์จ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เป็นแม่เหล็กได้ ทำให้แอปเปิลสามารถออกอุปกรณ์เสริม เช่น นามบัตร หรือกระเป๋าใส่บัตรที่มีแม่เหล็ก

ส่วนราคาวางจำหน่าย ทาง Apple ระบุว่าอุปกรณ์เสริม MagSafe ที่ชาร์จ MagSafe ราคา 1,490 บาท / กระเป๋าสตางค์ MagSafe 2,190 บาท / ที่ชาร์จ MagSafe แบบคู่ ราคา 4,990 บาท / ซองหนังสำหรับ iPhone 12 | 12 Pro พร้อม MagSafe ราคา 4,990 บาท / ซองหนังสำหรับ iPhone 12 mini พร้อม MagSafe ราคา 4,990 บาท ส่วนใครอยากซื้ออาจต้องรออีกหน่อย เพราะคาดว่าจะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 27 พฤศจิกายนศกนี้เหมือนกับ iPhone 12 Series

สรุปราคาวางจำหน่าย iPhone ทุกรุ่น

iPhone 12 mini

  • iPhone 12 mini ความจุ 64GB ราคา 25,900 บาท
  • iPhone 12 mini ความจุ 128GB ราคา 27,900 บาท
  • iPhone 12 mini ความจุ 256GB ราคา 31,900 บาท

iPhone 12

  • iPhone 12 ความจุ 64GB ราคา 29,900 บาท
  • iPhone 12 ความจุ 128GB ราคา 31,900 บาท
  • iPhone 12 ความจุ 256GB ราคา 35,900 บาท

iPhone 12 Pro

  • iPhone 12 Pro ความจุ 128GB ราคา 36,900 บาท
  • iPhone 12 Pro ความจุ 256GB ราคา 40,900 บาท
  • iPhone 12 Pro ความจุ 512GB ราคา 48,900 บาท

iPhone 12 Pro Max

  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 128GB ราคา 39,900 บาท
  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 256GB ราคา 43,900 บาท
  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 512GB ราคา 51,900 บาท

สำหรับราคาข้างต้นทาง Apple Store ประเทศไทย ได้ประกาศออกมาแล้ว การวางขายหน้าร้านวันที่ 27 พ.ย. 2020

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ