ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

Huawei Watch 3 Series ประเดิมการเดินทางครั้งใหม่ของสมาร์ทวอทช์ ด้วยการพลิกโฉมเปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการของพวกเขาเองอย่าง HarmonyOS 2.0 โดยมีการเปิดตัวด้วยกัน 2 รุ่นคือ Huawei Watch 3 และ Huawei Watch 3 Pro ทั้งคู่มาพร้อมฟีเจอร์ และฟังก์ชั่้นการใช้งานแบบจัดเต็ม ทั้งด้านสุขภาพ, การออกกำลังกาย หรือแม้แต่การท่องเที่ยวก็เพิ่มความสะดวกให้รอบด้าน

Huawei Watch 3
Huawei Watch 3 ยังมาพร้อมดีไซน์ตัวเรือนทรงกลมวัสดุโลหะคุณภาพสูง ด้านหลังทำจากเซรามิก ขนาด 48x49.6x14 มิลลิเมตร น้ำหนัก 63 กรัม (ไม่รวมสาย) ได้มาตรฐานกันน้ำ 5ATM และมีเม็ดมะยมลายขีดอยู่มุมบนขวาของตัวเรือน ไว้สำหรับควบคุมการนำทาง ส่วนหน้าปัดใช้พาแนล AMOLED กว้าง 1.43 นิ้ว ความละเอียดพิกเซล 326ppi และปรับความสว่างได้สูงสุด 1,000nits

ใหม่แบบสุดๆ กับระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 2.0 ซึ่งมีการปรับหน้าตา UI แบบใหม่ โดยใช้ที่รวมแอพฯ เป็นแบบตาราง สามารถเลื่อน หรือซูม เพื่อช่วยให้หาแอพฯ ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ยังมี AppGallery เพื่อช่วยดาวน์โหลดแอพฯ ต่างๆ มาติดตั้งในตัวเองได้ทันที และตอนนี้ Huawei มีการจับมือกับพาร์ทเนอร์นอกประเทศจีน เพื่อเตรียมพัฒนาแอพฯ สำหรับสมาร์ทวอทช์ ส่วน RAM และ ROM มีขนาดอยู่ที่ 2GB+16GB (ไม่มีการบอกชิปเซ็ต)

ฟีเจอร์การใช้งานก็จัดเต็ม มีเซนเซอร์ตรวจจับการเต้นของหัวใจ วัดระดับออกซิเจนในเลือดอย่าง SpO2 ดูความร้อนของผิวหนัง และโหมดติดตามการนอนหลังแบบ 24 ชั่วโมง 7 วันเต็มๆ ในขณะที่การออกกำลังกายจะมีโหมดรองรับกว่า 100 แบบ พร้อมระบบติดตามตำแหน่งแบบครบเครื่องทั้ง GPS, GLONASS, Galileo, Beidou และ QZSS

แม้ว่าจะมีทั้งด้านสุขภาพ และการออกกำลังกายไปแล้ว ยังเอาใจสายท่องเที่ยวด้วย Travel Apps เพื่อติดตามสถานะต่างๆ ในการเดินทางอย่างเช่น เวลาที่รถ Taxi จะมารับ หรือเวลาเที่ยวบิน และยังมี Sports App เพื่อดูผลการแข่งขันต่างๆ แบบเรียวไทม์ นอกจากนี้ยังเป็นอุปกรณ์ IoT เพื่อควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ เช่นเปิดปิดไฟ, ควบคุมการเล่นเพลง และเป็นชัตเตอร์สำหรับถ่ายรูปให้กับสมาร์ทโฟน

ส่วนการเชื่อมต่อสัญญาณมือถือ Huawei Watch 3 จะรองรับ eSIM สัญญาณ 4G ทำให้สามารถรับสาย รับข้อความ และการแจ้งเตือนได้ทันที โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แถมยังพูดคุยผ่าน Huawei Watch 3 ได้เลย เพราะมีการติดตั้งลำโพง และไมโครโฟนในตัว

Huawei Watch 3 จะให้แบตเตอรี่ที่มากขึ้น เมื่อเปิดใช้งานในโหมด Ultra-long battery life จะใช้งานได้สูงสุดถึง 14 วัน ซึ่งเป็นการเปิดใช้งานทั้ง SpO2, ออกกำลังกาย, ใช้งาน Bluetooth และใช้หน้าปัดแบบอนิเมชั่น และนอกจากนี้ยังมี Smart Mode อยู่ได้นาน 3 วัน เป็นการเปิดใช้งาน 4G ตลอดเวลานั้นเอง ส่วนการชาร์จเป็นแบบไร้สายเหมือนเดิม

Huawei Watch 3 จะเปิดขายพร้อมสายรัดข้อมือ 3 แบบคือ Active, Classic, และ Elite Edition สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,599 หยวน หรือประมาณ 12,700 บาท โดยจะเริ่มขายอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ส่วนประเทศไทยรอการเปิดตัวเร็วๆ นี้ได้เลย เพราะเจ้าตัวผ่านการรับรองจาก กสทช. ไปแล้ว

Huawei Watch 3 Pro
นี้คือการผสมผสานระหว่างนาฬิกาคลาสสิก และสมาร์ทวอทช์ จนออกมาเป็น Huawei Watch 3 Pro โดยตัวเรือนทำจากวัสดุไทเทเนียม ซึ่งมีความเงางามแข็งแกร่ง และเหมือนนาฬิกาคลาสสิกอย่าง Rolex ส่วนด้านหลังยังเป็นเซรามิก และมีเม็ดมะยมที่มุมบนขวา โดยตัวเรือนยังมาพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยที่ 48x48.6x14 มิลลิเมตร น้ำหนัก 63 กรัม (ไม่รวมสาย) และได้มาตรฐานกันน้ำ 5ATM หรือกันน้ำลึก 50 เมตร

หน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466x466 พิกเซล และ ความละเอียดพิกเซล 326ppi ถูกปกป้องด้วย Sapphire glass ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานจะเหมือนกับ Huawei Watch 3 และรันบนระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 2.0 แต่มีระบบ GPS แบบ Dual-Band ทำให้ติดตามตำแหน่งได้แม่นยำมากขึ้น

ส่วนแบตเตอรี่นั้นก็ถึกทนกว่า ด้วยการใช้งานแบบโหมด Ultra-Long Lasting จะอยู่ได้นาน 21 วัน และใช้งานแบบ 4G ตลอดเวลาจะอยู่ได้ถึง 5 วัน

Huawei Watch 3 Pro จะมีสายให้เลือก 2 แบบคือ Classic และ Elite Edition โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,299 หยวน หรือประมาณ 16,500 บาท จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2564 นี้ ส่วนในประเทศไทยรอกันได้เลยเช่นกัน เพราะ Huawei Watch 3 Pro ผ่านการรับรองจาก กสทช. เป็นที่เรียบร้อย

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ