ปีพุทธศักราช 2560 เป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองเลยทีเดียว สำหรับวงการสมาร์ทโฟนที่ต้องบอกว่าในปีนี้เองมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง โดยเด่นๆ คือการตัดพอร์ตเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลเมตร, มีคุณสมบัติกันนํ้ากันฝุ่นหลายรุ่นมากขึ้น, Ram ขนาด 6GB หรือเพิ่มระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนม่านตา แม้แต่ระบบชาร์จเร็วอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ ทว่านอกจากจุดเด่นของสมาร์ทโฟนแล้วที่คาดว่าปีหน้าจะเห็นอย่างแพร่หลาย ยังมีอีกหนึ่งเรื่องราวของแบรนด์ในตำนาน Nokia ที่จะกลับคืนสู่สังเวียน หลังจากไม่เป็นตัวเองมาเนิ่นนาน เพราะฉะนั้นจึงขอหยิบยก 7 ประเด็นมาเล่าสู่กันฟังที่จะทำให้โนเกียกลับมาผงาดอีกครั้ง

 

ก่อนอื่นมาท้าวความก่อนในบทบาทระหว่าง HMD Global, Nokia, Foxconn เป็นอย่างไร?

เริ่มกลับมาคึกคักไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับแบรนด์ Nokia ที่ ณ ตอนนี้มีข่าวลือต่างๆ ออกมาตลอดก็เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าในปีหน้าเจอกันแน่นอน ตามข่าวคราวที่ได้ยืนยันออกมา ซึ่งการกลับมาครั้งนี้อาจสับสนนิดหน่อย เพราะมีหลายชื่อเหลือเกิน ดังนั้นเราจะมาทำความเข้าใจมากขึ้น

1. Nokia : อนุญาตให้ใช้ชื่อเสียงเรียงนามทำการตลาด รวมถึงเทคโนโลยี สิทธิบัตร และก็ Know -How ทั้งหลายแก่บริษัท HMD Global ในการคิดค้นพัฒนาแอนดรอยด์โฟนรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อโนเกีย ทั้งยังจะมีการทำงานร่วมกันอย่างสนิทหรือพูดง่ายๆ ว่ามีส่วนร่วมกับบริษัทดังกล่าว และก็ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใดต้องผ่านความเห็นชอบจากโนเกียก่อน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานที่สุด

2. HMD Global : เสมือนเป็นหัวเรือใหญ่ โดยจะเป็นการรวมกลุ่มของผู้ที่คุลกคลีการทำงานในวงการ หนึ่งในนั้นมีอดีตผู้บริหารของโนเกีย นามว่า Arto Nummela ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Vice President ของ Microsoft ทำหน้าที่ดูแลกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์โมบายในทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ก็เรียกได้ว่าประสบการณ์อัดแน่น รวมถึงนาย Florian Seiche ทำงานในสายการขายกับการตลาดของ Microsoft Mobile เช่นเดียวกับเคยดำรงตำแหน่งสูงๆ ของแบรนด์ระดับโลกมากมาย

ส่วนบริษัทก็จะจัดตั้งอยู่ในประเทศฟินแลนด์ เมืองเฮลซิงกิ ซึ่งตั้งอยู่ที่เดียวกับโนเกียทำให้ลดปัญหาการทำงานไปได้เยอะ สามารถประสานงานกันได้คล่องตัว 

อย่างไรก็ตามมีสัมภาษณ์ว่า การร่วมงานกันครั้งนี้ระหว่าง โนเกียกับ HMD Global มีความตั้งใจจะยกระดับการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค สร้างแบรนด์เติบโตระดับโลกอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม (delivering beautifully designed), คุณภาพสูง (high quality products) แก่ผู้คนทั่วโลก และจะลงทุนการตลาดอย่างเต็มที่เพื่อโปรโมทการกลับมาครั้งนี้ให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในกรอบระยะเวลาเบื้องต้น 3 ปี

สรุปหน้าที่หัวเรือใหญ่ : ผลิตพัฒนาและจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟน, ฟีเจอร์โฟน, แท็บเล็ต ภายใต้ชื่อแบรนด์โนเกีย 

3. Foxconn : มีบริษัทลูกที่ชื่อว่า FIH Mobile Limited ได้ลงนามซื้อกลุ่มธุรกิจฟีเจอร์โฟน ทั้งยังรวมถึงโรงงาน (manufacturing), การขาย (sales) และช่องทางจัดจำหน่าย (distribution) โดยจะถูกบริหารจัดการทั้งหมดภายใต้กฏเกณฑ์ของ FIH 

เวลาต่อมา HMD Global และ Nokia ก็จรดปากกาเซ็นสัญญาการร่วมงานกรอบความร่วมมือของธุรกิจในการผลิตสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ส่งผลให้หัวเรือมีอำนาจควบคุมเต็มที่ (full operational control) ในการผลิต, ช่องทางจัดจำหน่าย, การตลาด, โรงงาน, supply chain, วิศวกรรม เรียกได้ว่าครบวงจรเลยทีเดียว

สรุปการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย : อุปกรณ์ก็พัฒนาโดย HMD Global, ตรวจงานด้วยข้อมาตรฐานจาก Nokia และผลิตโดย Foxconn 

ภาพด้านล่างคือ แผนอธิบายการดำเนินงาน....

คำสัมภาษณ์ของ 3 หัวเรือใหญ่ที่มีความตั้งมั่นจะทำให้ Nokia กลับมาผงาดอีกครั้ง

Arto Nummela, CEO of HMD global : เราจะโฟกัสกับการกลับมาลุยตลาดครั้งนี้  และก็สร้างธุรกิจอย่างครบวงจรให้เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์และแท็บเล็ต ให้สอดคล้องสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ทั้งแบรนด์เองเราจะยังคงดำเนินแผนธุรกิจไว้ซึ่งเอกลักษณ์ และเรายังมีประสบการณ์ (Extensive experience) ในด้านการขาย การตลาด รวมถึงได้ทำงานร่วมงานผู้ผลิตกับผู้ให้บริการจัดจำหน่ายระดับโลก

Ramzi Haidamus, president of Nokia Technologies : เป็นจุดเริ่มต้นที่ตื่นเต้นเหลือเกินกับ New Chapter โดย HMD มีแผนผลิตโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตให้แบรนด์โนเกียสามารถกลับมาเติบโตกลายเป็นแบรนด์ระดับโลก ทั้งยังได้ทำงานร่วมกับ HMD และ FIH จะส่งผลให้เราเรียนรู้รวมถึงได้อยู่ร่วมในพื้นที่ของตลาดอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่

Vincent Tong, Chairman of FIH : กล่าวเสริมว่าเรากำลังมองไปถึงโอกาสข้างหน้าสำหรับการร่วมมือระยะยาวกับ HMD และ Nokia เรามีความประทับใจอย่างมากในประสบการณ์รวมถึงความชำนาญ และเราจะสนับสนุนพวกเขาด้วยกระบวนการผลิต เช่นเดียวกับ Supply chain ก็เพื่อเสริมโอกาสทางตลาดต่อไปภายในอนาคต

 

ใช้ระบบปฏิบัติการอะไรในการขับเคลื่อน

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า Nokia จะไม่มีระบบปฏิบัติการที่คิดค้นขึ้นมาเอง แต่เลือกใช้แอนดรอยด์ในการขับเคลื่อนสมาร์ทโฟน โดยคาดว่าน่าจะเป็นเวอร์ชั่น 7.0 เลย ทว่าในเรื่องส่วนติดต่อผู้ใช้งานหรือ UI คงต้องติดตามกันต่อไป หรืออาจพัฒนาต่อยอดตัวเดิม Z Launcher ที่เคยเปิดตัวมา

7 ปัจจัยที่จะทำให้ Nokia กลับมาผงาดในปีคริสต์ศักราช 2017 คืออะไร

1. ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงแต่เป็นส่วนเสริมจากความเชี่ยวชาญ : อย่างที่ทราบกันว่า Nokia กับ Alcatel-Lucent ควบรวมกิจการ ต่างมุ่งหวังเป็นผู้นำบริการแห่งอุปกรณ์สื่อสาร นอกจากนี้ยังมีบริษัทวิจัยการสื่อสารระดับโลก Bell Laboratories ที่เป็นบริษัทลูกในกำมือมาพร้อมสิทธิบัตรกว่า 29,000 ใบ

 

2. ความสำคัญด้านสุขภาพกลไกตลาดยุคใหม่ : คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มตลาดสุขภาพมีเซกชั่นที่ใหญ่มาก ไม่เฉพาะเรื่องราวของอาหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงอุปกรณ์สมาร์ททั้งหลายที่จะมีส่วนช่วยให้ผู้ใช้งานวิเคราะห์ร่างกายตนเองดียิ่งขึ้น 

โดย Nokia ก็เข้าซื้อกิจการสัญชาติฝรั่งเศส Withings เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปูทางเข้าสู่ตลาดอุปกรณืไอทีเพื่อสุขภาพรวมถึงโพสิชั่นของโลก Internet of Things นี่ก็ถือเป็นขุมกำลังอย่างหนึ่งเช่นกัน ต้องบอกว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ว่าจะนำมาผสมผสานการใช้งานอย่างไรกันกับสมาร์ทโฟนของโนเกีย

3. เป็นส่วนหนึ่งพัฒนาเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร 5G กับหน่วยงานระดับโลก : ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เจ้าเดียวในการพัฒนา เพราะก็ยังมีบริษัทระดับโลกมากมายที่แข่งขันกันทำต้นแบบตามประเทศใหญ่ๆ อยู่ แต่การเป็นส่วนหนึ่งในครั้งนี้ทำให้โนเกียได้เพิ่มการเป็นที่รู้จักแก่ทั่วโลก และยังไม่รวมถึง Know - How หรือประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับจากการลงมือทดลองพัฒนาในครั้งนี้

4. การทำงานร่วมกับ Microsoft : ปฏิเสธไม่ได้ว่าไมโครซอฟท์ ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจไอทีที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ดังนั้นการทำงานร่วมกันจึงทำให้โนเกียได้รับประสบการณ์, วัฒนธรรมองค์กร, การบริหารจัดการ, การทำงานเป็นทีมรวมถึงรูปแบบการติดต่อสื่อสาร และการทำตลาดต่างๆ เสมือนเป็นการเรียนรู้

5. ทีมงานที่แข็งแกร่ง : อย่างที่เกริ่นข้างต้น กลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดา มีการวางแแผนกับร่วมมือกันกับบริษัทต่างๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การดำเนินงานนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ครบวงจรที่สุด ควบคุมและติดตามผลลัพธ์ได้ ทั้งยังตั้งเป้าไว้ว่าต้องการให้ Nokia กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งหนึ่ง

6. แอนดรอยด์ : ถ้าพูดถึงแอนดรอยด์ต้องบอกว่าเติบโตขึ้นอย่างมากเลยทีเดียวและสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างง่ายดาย บางทีด้วยความเป็นตำนาน ผู้ใช้ดีไวซ์แอนดรอยด์แบรนด์อื่นๆ อาจเปลี่ยนมาใช้งานสมาร์ทโฟนจากโนเกียก็เป็นได้ เพราะไม่มีอะไรต้องเรียนรู้สำหรับการใช้งานใหม่ 

7. เวลา : การที่เราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกมาให้ได้สมบูรณ์แบบที่สุด ย่อมต้องใช้เวลานาน เพื่อคิดวิเคราะห์ สร้างปัญหาแล้วแก้โซลูชั่นต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีความเข้าใจและเรียนรู้ต่อสิ่งสิ่งนั้น เหมือนกับ Nokia ที่ตอนนี้พวกเขามีระยะเวลามาเนิ่นนาน อยู่ที่ว่าคราวนี้จะใช้เวลาเหล่านั้นที่มีอยู่ในกำมือ มาสร้างประโยชน์ต่อ The next Smartphone ได้มากน้อยแค่ไหน

สุดท้ายแบรนด์ Nokia จะเดินทางสู่เส้นทางใหม่เป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปในปีหน้า เพราะที่สำคัญคงหนีไม่พ้นการสร้างความทับใจครั้งแรกให้กับลูกค้าได้ รวมถึงแรงดึงดูดต่างๆ บางทีหากยังมาหน้าตาดีไซน์แบบพิมพ์นิยมในสมัยนี้ ก็อาจมีขวางหนามเพิ่มเติมในก้าวต่อไปก็เป็นได้ ดังนั้นการที่โนเกียมีระยะเวลาและประสบการณ์ที่อยู่ในตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่มายาวนานต้องนำบทเรียนเหล่านั้นมาเป็นการบ้าน เพื่อฝ่าฟันบททดสอบต่อการแข่งขันที่รุนแรงเช่นนี้

ไม่ต้องรอนาน : คอนเฟิร์ม! Nokia จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน ณ งาน Mobile World Congress 2017

หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม http://company.nokia.com และ hmdglobal.com

เรื่องราวน่าสนใจต่างๆ ของแบรนด์ Nokia มีอะไรบ้าง...?

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

สินค้าออนไลน์ONLINE STORE

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Thu, 21 Sep 2017 02:00:37 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)