ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ในช่วงปลายปี 2019 ถึงปี 2020 นี้ ค่ายสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ค่าย ต่างงัดไพ่เด็ดในมือวางลงบนกระดาน เพื่อโชว์ศักยภาพความเป็นเจ้าแห่งวงการ ไม่ว่าจะเป็น Apple เปิดตัว iPhone 11 Serie ในช่วงกันยายน 2019 ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพรอบด้าน กับเทคโนโลยีที่คนทั้งโลกจับตามอง ในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดมา Samsung ได้เปิดตัว Samsung Galaxy S20 Series สมาร์ทโฟนรุ่นท็อประดับพรีเมี่ยม ที่รองรับการถ่ายวิดีโอ 8K รวมไปถึงรองรับเครือข่าย 5G ได้อีกด้วย หลังจากนั้นไม่นาน Huawei ก็ไม่รอช้าเปิดตัว Huawei P40 Series มาให้ยลโฉมเช่นเดียวกัน รู้สึกได้ว่าเกมไพ่วงนี้ ต่างก็มีไพ่ที่ได้เปรียบไม่น้อยไปกว่ากัน

โดยในบทความนี้ เราจะหยิบเอา iPhone 11 Pro Max, Huawei P40 Pro และ Samsung Galaxy S20 Ultra สมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวในไทยมาเปรียบเทียบกัน ไปดูสิว่าใครจะเหนือกว่าใครในด้านไหนกันบ้าง และใครจะเป็น "สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด"

ดีไซน์และหน้าจอ

สำหรับ iPhone 11 Pro Max ดีไซน์ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมเท่าไหร่ มีขนาด 158 x 77.8 x 8.1 มม. และน้ำหนัก 226 กรัม การออกแบบดูเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกหรูหรา สีที่มีมาให้ก็คล้ายๆ เดิม คือ Gold, Space Gray, Silver และ Midnight Green ซึ่งเป็นสีใหม่

ในขณะที่ Samsung Galaxy S20 Ultra มีขนาดใหญ่กว่า แต่น้ำหนักเบากว่า โดยตัวเครื่องมีขนาด 166.9 x 76 x 8.8 มม. น้ำหนัก 220 กรัม โมดูลกล้องหลังทรงสี่เหลี่ยมดูหนาและใหญ่ขึ้น แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้ ส่วน Huawei P40 Pro ก็มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของดีไซน์ ที่ทำให้ตัวเครื่องดูเพรียวบาง และพรีเมี่ยมขึ้น ขนาดเครื่อง 158.2 x 72.6 x 8.95 มม. น้ำหนัก 209 กรัม จับกระชับพอดีมือ ไม่ใหญ่จนเกินไป

ส่วนของจอแสดงผล iPhone 11 Pro Max เป็นจอ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว 1242 x 2688 ขนาดเล็กกว่าหน้าจอ Huawei P40 Pro ที่กว้าง 6.58 นิ้ว 1200 x 2640 ใช้จอ OLED ซึ่งของ Samsung Galaxy S20 Ultra ต่างจากทั้งสอง ที่ใช้จอ Super AMOLED ขนาด 6.9 นิ้ว 1440 x 3200 นั่นเอง

รูปแบบของหน้าจอ Huawei และ Samsung จะคล้ายๆ กัน เป็นหน้าจอโค้งแบบมีรอยเจาะ เพื่อใช้วางตำแหน่งของกล้องหน้า แต่ใน Huawei P40 Pro จะเป็นรอยเจาะแบบเบิ้ล เพื่อวางกล้องและเซนเซอร์ที่เพิ่มขึ้นมา ส่วนของ iPhone 11 Pro Max ก็เป็นหน้าจอรอยบากเหมือนเดิม และ Galaxy S20 Ultra ยังมาพร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ในขณะที่ P40 Pro มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอที่ 90Hz แต่ iPhone ยังอยู่ที่ค่ามาตรฐาน 60Hz

กล้อง

เป็นจุดเด่นที่สมาร์ทโฟนยุคนี้ต้องหยิบยกขึ้นมาเพื่อชิงชัยในตลาด ซึ่งใน iPhone 11 Pro Max มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียด 12MP เท่ากัน แยกเป็นเลนส์ Wide, เลนส์ Telephoto และเลนส์ Ultra-Wide ตัวเลนส์มีขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับแสง กล้องหน้า TrueDepth ความละเอียด 12MP รูรับแสง f/2.2 ถ่ายโหมด Portrait ได้ดีขึ้นด้วยระบบ Neural Engine ที่ดีขึ้น และสามารถถ่ายโหมด Slo-Mo จากกล้องหน้าได้อีกด้วย ในส่วนการถ่ายวิดีโอ ก็สามารถบันทึกวิดีโอได้ระดับ 4K 60fps จากกล้องหน้าได้เช่นเดียวกัน

สำหรับ Samsung Galaxy S20 Ultra ก็เน้นที่ความโดดเด่นของกล้อง มาพร้อม Space Zoom ที่ซูมภาพได้ถึง 100 เท่า บันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K และหากครอปภาพนิ่งออกมา จะได้ที่ความละเอียดสูงถึง 33 ล้านพิกเซลด้วย โดย Galaxy S20 Ultra มาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียด 12MP (Ultra Wide) + 108MP (Wide-angle) มุมมอง 79 องศา + 48MP (Telephoto) และตรวจจับภาพเชิงลึก DepthVision และสำหรับกล้องหน้าก็มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยความละเอียด 40 ล้านพิกเซล มุมมอง 80 องศา รูรับแสง f/2.2 ทำให้ได้ภาพเซลฟี่ที่คมชัด สวยเป็นธรรมชาติ

เมื่อกล่าวถึงสมาร์ทโฟนถ่ายภาพสวย HUAWEi P Series จะต้องเป็นอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึง เช่นเดียวกับใน HUAWEI P40 Pro ที่อัดฟังก์ชั่นการถ่ายภาพมาแบบจัดเต็ม รวมถึงกล้องเทพเลนส์ leica ที่สุดแห่งความคมชัด HUAWEI P40 Pro มาพร้อมกล้องหลัง 4 เลนส์ ประกอบด้วย เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 40MP, เลนส์ Ultra Vision Camera ความละเอียด 50MP, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12MP และเลนส์วัดความชัดลึก ToF Depth

ใช้เซ็นเซอร์ RYYB เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เปิดรับแสงได้มากขึ้นนั่นเอง และยังสามารถซูมแบบ Optical ได้ 5x ซูมแบบ Hybrid Zoom 10x และซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุด 50x ถ่ายพระจันทร์ยามค่ำคืนได้คมชัดยิ่งกว่าเคย จึงทำให้ HUAWEI P40 Pro คว้าคะแนนจาก DXOMark ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตอนนี้ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมที่มากกว่านี้ อ่านได้ที่บทความตามลิ้งค์ด้านล่างเลย

5 จุดเด่น HUAWEI P40 Series >> https://news.siamphone.com/news-45022.html

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของกล้องของฝั่ง iPhone ก็คงโดนข้อกังขาในเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อย เพราะฝั่งของ HUAWEI และ Samsung ต่างนำเทคโนโลยีของ AI มาช่วยทำให้ภาพมีความสว่างขึ้น และภาพโดยรวมก็ดูเหมือนฝั่งแอนดรอยด์จะมีสีสัน และลูกเล่นฟังก์ชั่นที่น่าสนใจมากกว่า แต่ในขณะที่ฝั่ง iPhone ก็ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพ ความสเถียร และความคมชัดสมจริงของภาพถ่ายที่ได้มานั่นเอง

สเปคและคุณสมบัติภายใน

ทั้ง Huawei P40 Pro และ Samsung Galaxy S20 Ultra ต่างใช้ระบบที่มาจาก Android 10 ทั้งคู่ โดย Huawei P40 Pro มาพร้อมขุมพลังสุดแรง Kirin 990 5G ในขณะที่ Samsung Galaxy S20 Ultra ก็มาพร้อม Exynos 990 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวแรงที่รองรับ 5G ได้เช่นเดียวกัน แน่นอนว่าทั้งคู่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่ทั้งเร็ว แรง ไม่สะดุด จัดเต็มได้ทุกเกม เล่นแอปฯสลับไปมา ให้การใช้งานไม่มีสะดุด

ตัดสลับมาที่ iPhone 11 Pro Max ที่เป็นสมาร์ทโฟน iOS รันบนระบบ iOS 13 และใช้ชิปเซ็ต A13 Bionic ของ Apple ซึ่งดูเหมือนว่าจะชนะคะแนน Snapdragon ส่วนใหญ่ในการทดสอบเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ เพียงเล็กน้อย แม้จะเก่ากว่า และไม่ใช้สมาร์ทโฟน 5G ก็ตาม อีกทั้งยังมี RAM 4GB ซึ่งน้อยกว่า เมื่อเทียบกับ RAM 8GB ใน Huawei และ RAM12GB ใน Samsung แต่ iPhone 11 Pro Max ก็ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่ติดอันดับต้นๆ ในเรื่องของประสิทธิภาพการใช้งานอยู่ดี

และอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องทราบนั่นคือ Huawei P40 Pro ไม่มีบริการ Google Apps รวมถึง Play Store ดังนั้น คุณจะต้องหันไปใช้แอปพลิเคชั่นของ Huawei ที่มีให้ใน AppGallery ซึ่งตอนนี้ก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีหลากหลายแอปฯมากขึ้น ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าในอนาคตข้างหน้า จะกลายเป็นอีกหน่ง OS ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะเอาเข้าจริงสเปกของ Huawei P40 Pro หรือสมาร์ทโฟนของ Huawei รุ่นอื่นๆ ก็มีดีอยู่ไม่น้อย

แบตเตอรี่

ในส่วนของแบตเตอรี่นั้น iPhone 11 Pro Max มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,969 mAh รองรับการชาร์จผ่านสายที่ 18W ซึ่งน้อยกว่า Huawei P40 Pro ที่มีความจุ 4,200mAh รองรับชาร์จเร็ว 40W ในขณะที่ทาง Samsung Galaxy S20 Ultra มากับแบตเตอรี่ที่ใหญ่มาก ด้วยความจุถึง 5,000mAh และรองรับการชาร์จที่เร็วที่สุด 45W อีกทั้งใน Huawei และ Samsung ยังรองรับการชาร์จไร้สายที่ 40W และ15W ตามลำดับ ซึ่งในส่วนของการชาร์จไร้สายนี้ iPhone ไม่เคยให้ข้อมูลมาว่าสามารถทำได้ที่เท่าไหร่

เมื่อดูข้อมูลจากภาพรวมแล้ว ในส่วนของแบตเตอรี่ทางฝั่งของ iPhone 11 Pro Max ดูจะเสียเปรียบ Huawei P40 Pro และ Samsung Galaxy S20 Ultra อยู่บ้าง แต่หากรุ่นต่อไป iPhone สามารถพัฒนาในเรื่องนี้ และเปิดเผยข้อมูลถึงความจำเป็นที่ต้องใช้แบตเพียงเท่านี้ ทางไอโฟนก็คงลบข้อติฉนตรงนี้ไปได้ แต่ต้องชื่นชมการพัฒนาเรื่องแบตเตอรี่ของฝั่งแอนดรอยด์ที่มาไกลได้ถึงจุดนี้ เรียกว่าเยี่ยมยอด และตอบโจทย์ของผู้ใช้งานปัจจุบันได้ดีจริงๆ

ราคาและการวางจำหน่าย

iPhone 11 Pro Max : ราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท (รุ่นความจุ 64 GB) มีทั้งหมด 4 สี คือ Gold, Space Gray, Silverและ Midnight Green วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562

Samsung Galaxy S20 Ultra : ราคา 39,900 บาท (รุ่น RAM 12GB, ROM 128GB) มีทั้งหมด 2 สี คือ Black และ Gray วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  2563

Huawei P40 Pro : ราคา 31,990 บาท (รุ่น RAM 8GB, ROM 256GB) มีทั้งหมด 2 สี คือ Black, White, Blue, Gray และ Gold วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2563

หากจะให้ฟันธงไปเลยว่าทั้ง 3 รุ่นนี้ iPhone 11 Pro Max, Samsung Galaxy S20 Ultra และ Huawei P40 Pro เปรียบเทียบกันแล้ว รุ่นไหนดีที่สุด คงไม่อาจตอบได้ เพราะแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน ใน iPhone 11 Pro Max ก็มีชิป A13 Bionic ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพเหนือใคร ในขณะที่หน้าจอของ Samsung Galaxy S20 Ultra ก็คมชัดกินขาด ไม่มีใครมาล้มได้ง่ายๆ หันไปทางฝั่ง Huawei P40 Pro ก็มาพร้อมกล้องขั้นเทพที่ทุกคนต้องขอคาระวะ เอาเป็นว่าแล้วแต่ความชอบ ความสะดวก และความพอใจของใครจะตัดสินกันเลย นี้เป็นเพียงข้อมูลคราวๆ ที่หยิบยกมาให้ท่านๆ ได้อ่านกันเท่านั้นแล..

วันที่ : 22 เมษายน 2563

10,205อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ