ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ต้องบอกว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีของสมาร์ทโฟนรอยบากอย่างแท้จริง ซึ่งมีกลุ่มคนไม่น้อยที่ไม่ชอบดีไซน์นี้ เนื่องจากบดบังสายตา หรือรู้สึกเหมือนไม่เติมเต็ม ดังนั้นช่วงต้นปีแบบนี้ เผื่อใครอยากหารุ่นใหม่ไว้ใช้งาน แต่ไม่อยากได้ดีไซน์นี้ บทความนี้ได้รวบรวมไว้ให้แล้ว ไร้รอยบาก ไร้รอยเจาะรูกวนใจคุณ ในราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท ทว่าหากใครอยากรู้จุดเริ่มต้นของรอยบาก สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความนี้เลย จุดเริ่มต้น...รอยบากกล้องหน้า (Notch-Display) มีแบบไหนบ้าง?

สมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท

Honor 9X มีดีไซน์ฝาหลังที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเล่นลวดลาย 3 มิติเป็น X ในขณะที่หน้าจอแสดงผล มีความกว้าง 6.59 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340x1080 พิกเซล) ได้รับมาตรฐาน TUV Rheinland ในการถนอมสายตาด้วยการกรองแสงสีฟ้าออก ส่วนดีไซน์หน้าจอไร้รอยแหว่ง โดยกล้องหน้าเป็นกล้องแบบป็อปอัพ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,990 บาท

Huawei Y9s จุดเด่นหน้าจอใหญ่มากถึง 6.59 นิ้ว ความละเอียดระดับ FullHD+ ความหนาแน่นต่อพิกเซล 391ppi ตอบโจทย์รับชมคอนเทนต์วิดีโอ หรือการเล่นเกม ทั้งมีกล้องหลังสามเลนส์ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ในส่วนของดีไซน์เป็นแบบ 3 มิติ ให้ความสวยงามมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ด้านข้างตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ปลดล็อครวดเร็วในระยะเวลา 0.3 วินาที และตั้งค่าการเปิดแอปพลิเคชั่น หรือเรียกใช้งานเมนูทางลัดด่วนได้เลย

สำหรับ OPPO F11 Pro มีจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ทันสมัย เฉดสีแบบ 3D ไล่ระดับ สวยงามไม่เหมือนใคร ทั้งยังครอบทับกระจกด้านหน้าและหลัง Corning Gorilla Glass 5 ป้องกันรอยขูดขีดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว FullHD+ ตอบโจทย์การเล่นเกมและคอนเทนต์วิดีโอ และอีกสองไฮไลท์คือกล้องหลังความละเอียด 48MP รูรับแสง f/1.79 กับแบตเตอรี่ความจุมากถึง 4000mAh + เทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC 3.0 ชาร์จเร็วกว่าเดิม ปัจจุบันราคาเหลือเพียง ... อ่านรีวิว

สมาร์ทโฟนราคามากกว่าหนึ่งหมื่นบาท

สำหรับคนที่ชื่นชอบสายเล่นเกม Asus ROG PHONE II ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยได้มีวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วในราคา 29,900 บาท ซึ่งจุดเด่นคือสเปกระดับท็อป Snapdragon 855+, RAM 12GB, เทคโนโลยีพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 3.0 และแบตเตอรี่ความจุ 6,000 mAh เล่นเกมได้ทั้งวัน มีจอภาพที่ตอบสนองสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว เพียง 1 ms กับอัตรารีเฟรชเรท 120 Hz เล่นเกมได้แบบลื่นๆ พร้อมดีไซน์ตัวเครื่องสุดเท่ ไม่ซ้ำแบบใคร (อ่านรีวิว)

OnePlus 7T Pro มีดีไซน์อันโดดเด่นแล้ว อัดแน่นด้วยสเปกกับจุดเด่นที่คุณต้องลองใช้งาน เริ่มจากขุมพลังประมวลผล Snapdragon 855+ เทคโนโลยีอ่าน/เขียนของพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 3.0 กับ หน้าจอแสดงผล 90Hz ให้การเลื่อนขึ้นเลื่อนลง หรือสลับเปลี่ยนแอปพลิเคชั่นไหลลื่นยิ่งขึ้น บนหน้าจอแสดงผลขนาด 6.67 นิ้ว เรียกได้ว่าเกือบเท่าแท็บเล็ตเลยทีเดียว ที่ความละเอียดมากถึง QHD+ อัตราความหนาแน่นต่อพิกเซล 516ppi และ Contrast 100000:1 ให้แสดงเป็นไปอย่างเที่ยงตรงทุกมุมมอง ราคาวางจำหน่าย 26,990 บาท (อ่านรีวิว)

หากใครชื่นชอบสมาร์ทโฟนแบรนด์ OnePlus อีกหนึ่งรุ่นที่ราคาเบากว่า แต่ได้สเปกคุ้มค่าก็แนะนำเลยคือ รุ่น 7 Pro ซึ่งมีราคาเริ่มต้นเพียง 18,990 บาท (อ่านรีวิว)

นอกจากนี้ยังมี OPPO Reno 2 รุ่นใหญ่ไฟกระพริบของ OPPO Reno 2 Seris สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งประสิทธิภาพต่างๆ ที่มาเหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะเรื่องของกล้องหลัง 4 เลนส์ กับสโลว์แกน "ถ่ายชัดทุกระยะ" ด้วยกล้องหลักความละเอียด 48MP ซูบแบบ Hybrid ได้ 5 เท่า และซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุดถึง 20 เท่า อีกทั้งยังมีโหมด Ultra Dark ถ่ายภาพได้แม้ในที่มืดให้มาอีกด้วย ราคา 17,990 บาท อ่านรีวิว

ต่อด้วย OPPO 2F กับอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่น่าติดตามกันเลยทีเดียว ทั้งดีไซน์และการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ กับคอนเซ็ปต์ที่ว่า 4 กล้องหลัง ชัดทุกระยะ สวยทุกมุมมอง ประกอบด้วยเลนส์หลักความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล, เลนส์มุมกว้างมีมุมมอง 119 องศา อีก 8 ล้านพิกเซล, เลนส์ถ่ายภาพ Portrait / เลนส์ Mono รวมกันความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนหน้าจอเป็นแบบ AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ มีสแกนนิ้วบนหน้าจอ และระบบเสียง Dolby Atmos ทั้งหมดนี้วางจำหน่ายเพียง 11,990 บาทเท่านั้น อ่านรีวิว

nubia Z20 สมาร์ทโฟนจากทางค่าย nubia ที่พกพาเอาสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างมารวมไว้ในเครื่องเดียว ทั้งการที่ตัวเครื่องมาพร้อมกับหน้าจอถึง 2 จอในด้านหน้าและด้านหลังที่สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ, ที่สแกนนิ้วที่มาด้วยกันถึง 2 ที่ สแกนได้สะดวกทั้งการใช้งานด้านหน้าและด้านหลัง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับกล้อง 3 เลนส์ ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ที่สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหลักและเซลฟี่ ราคา 17,990 บาท

เปิดตัวเอาใจชาว Blink (ชื่อแฟนคลับ BLACKPINK) โดยเฉพาะ กับ Samsung Galaxy A80 BLACKPINK Edition สมาร์ทโฟนรุ่น Limited วางขายแบบจำนวนจำกัด โดยมีเอกลักษณ์สุดโดดเด่น ผสมผสานความเป็น BLACKPINK อย่างลงตัว เท่านั้นยังไม่พอภายในกล่องยังมี 2 Gadget ลวดลายพิเศษตามฉบับ BLACKPINK ไม่ว่าจะเป็นหูฟังไร้สาย Samsung Galaxy Buds และสมาร์ทวอทช์ Samsung Galaxy Watch Active บอกเลยว่าชาว Blink พลาดครั้งนี้ไปอาจมีน้ำตาตกแน่ๆ ราคา 18,990 บาท

Sony กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ Xperia 5 ที่อัดแน่นด้วยสเปกจัดเต็ม พร้อมระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบตามแบบฉบับของโซนี่ ส่วนดีไซน์ไม่แตกต่างจากรุ่นก่อน มีรูปทรงสี่เหลี่ยม แต่ให้ความโค้งมนมากขึ้น ตามคอนเซ็ปต์ perfect size and fit เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง หน้าจอแสดงผล Cinemewide Display ให้คุณรู้สึกเหมือนชมภาพยนตร์ได้ดีที่สุด โดยมีอัตราส่วน 21:9 ที่จะมีความสูงกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปทำให้คุณใช้งานโหมดแบ่งหน้าจอ, โหมดอ่านหนังสือ, การท่องเว็บไซต์, การพิมพ์เอกสารได้ง่ายขึ้น วางจำหน่ายในราคา 25,990 บาท โดยมีสีให้เลือก 3 สีด้วยกัน คือสีน้ำเงิน แดง และดำ

Vivo V17 Pro ชูจุดเด่นไฮไลท์กล้องหน้าคู่ป็อปอัพที่มาพร้อมความละเอียดแบบจัดเต็มถึง 32+8 ล้านพิกเซล โดยมีเลนส์เสริมคือ Wide Angle ช่วยให้เซลฟี่ได้มุมที่กว้างเพิ่มขึ้น 105 องศา และใช้งานโหมดกลางคืนจากกล้องหน้าได้ด้วย ทั้งนี้ความโดดเด่นในการถ่ายภาพไม่ได้มีแต่กล้องหน้าเท่านั้น เพราะกล้องหลังของ Vivo V17 Pro ก็ให้มาถึง 4 เลนส์ ส่วนหน้าจอ Super AMOLED Ultra FullView ขนาด 6.44 นิ้วที่มีอัตราส่วน 20: 9 และพื้นที่หน้าจอสูงถึง 91.65% กับฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ มาพร้อมโหมดเกมที่ได้รับการออกแบบให้ดียิ่งขึ้นที่จะมอบประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเหนือชั้นได้อย่างไหลลื่น และ Multi-Turbo เทคโนโลยีการเพิ่มความเร็วที่จะปรับแต่งทรัพยากรภายในเครื่อง มีหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 675 AIE, RAM 8GB, พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 128GB, แบตเตอรี่ความจุ 4,100mAh มีเทคโนโลยรชาร์จเร็ว ราคาเพียง 12,999 บาท อ่านรีวิว

Vivo NEX 3 สมาร์ทโฟนตัวท็อป ที่มาพร้อมความโดดเด่นในเรื่องหน้าจอโค้ง เกือบไร้ขอบอย่างสมบูรณ์ ด้วยอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูง 99.6% โดยมีปุ่มข้างแบบใหม่ระบบสัมผัส Touch Sense ส่วนสเปกอื่นจัดเต็มด้วยเช่นกัน ทั้งขุมพลัง Snapdragon 855+ และกล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียดสูงถึง 64MP+13MP+13MP ซึ่งเปิดราคา 24,999 บาท อ่านรีวิว พร้อมรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และประกันหน้าจอแตกจำนวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี

สำหรับ Mi 9T Pro ด้านหลังตัวเครื่องเป็นการไล่ระดับเฉดสีแบบ 3D ขอบโค้งรอบตัวเครื่องทำให้จับถือสะดวก พร้อมหน้าจอแสดงผล Super AMOLED เหมาะแก่การรับชมคอนเทนต์วิดีโอ รองรับการแสดงผลกลางแจ้งอย่างมีประสิทธิภาพด้วยโหมด SUN SCREEN 2.0 ลดการสะท้อน กับโหมดถนอมสายตาที่เป็นมิตรมากขึ้นในเวลากลางคืน นอกจากนี้มีระบบนำทางเสถียรรวดเร็ว Dual frequency GPS ด้านความบันเทิงตอบโจทย์ด้วยชิปเซ็ตเสียงเฉพาะ Qualcomm WCD9340 ให้คุณเพลิดเพลินกับพลังเสียง การระบายความร้อนออกแบบด้วยสามโครงสร้าง แบ่งเป็นแปดเลเยอร์ กักเก็บความร้อนด้วยชุดฟอล์ยทองแดงและกราฟีน ที่ระบายความร้อนด้วยเจลซิลิกา ออกทางด้านหลังของตัวเครื่อง ทำให้ช่วยลดอุณหภูมิของ CPU ได้ลงประมาณ 8 องศาเซลเซียส นั่นหมายความว่าการเล่นเกมที่มีเฟรมเรทสูงจะทำได้ต่อเนื่อง ไม่มีตกอีกต่อไป ราคาวางจำหน่าย 13,990 บาท อ่านรีวิว

เป็นอย่างไรกันบ้างกับทุกรุ่นที่ได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีดีไซน์เท่ ทั้งเฉดสีและการออกแบบตัวเครื่องที่แตกต่างกันไป หากใครชอบรุ่นไหนก็คว้าได้เลย เพราะช่วงต้นปีแบบนี้ยังมีโปรโมชั่นเยอะอยู่ แต่ถ้าไม่รีบแนะนำว่ารอสิ้นเดือนมกราคมศกนี้ครับ กับงาน Thailand Mobile Expo 2020 แน่นอนลดหนักจัดเต็มแน่ ลดราคาขายออก เพื่อรอรุ่นใหม่ที่กำลัวจะเริ่มเปิดตัว และทยอยเข้ามาวางขายต่อไป

วันที่ : 8 มกราคม 2563

7,741อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ